เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต สส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ถูกตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะปลูกต้นกล้ากระท่อม กล่าวหาว่าฉ้อโกงและไม่ต้องการให้ประชาธิปัตย์ ส่งนายสราวุธ อ่อนละมัย บุตรชาย ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.เขต 2 ชุมพร ว่า ข้อเท็จจริงเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2565 ตอนนั้นกล้ากระท่อมราคาดี เพราะรัฐบาลได้ปลดล็อกกระท่อมได้สำเร็จ และพอดีกับคนมากว้านซื้อกระท่อมกันเยอะ ตอนนั้นต้นละกว่า 100 บาท ซึ่งตนคิดว่าน่าจะเป็นรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งมีคนมาขอเสนอ และขอโควตาจากตน เพื่อให้เขาได้ขายต้นกล้ากระท่อมได้ ซึ่งถ้าจะขายกับตนก็ต้องวางประกันต้นละ 1 บาท เพื่อรับประกันว่าจะไม่ไปขายให้กับคนอื่น ซึ่งมีคนมาจองเข้าโควตา 90 กว่าคน แต่เมื่อกฎหมายยังไม่ผ่านสภา ทำให้ราคาตก จากต้นกล้า 100 กว่าบาทเหลือ 10 กว่าบาท ตนจึงไม่สามารถทำได้ ถ้าไปซื้อต้นละ 30 บาทก็ทำไม่ไหว จึงได้พูดคุยกับกลุ่มเกษตรกร ซึ่งไม่ใช่กลุ่มที่มาร้องเรียนกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะกลุ่มที่มาร้องเรียนมีเพียง 10 กว่าคน ซึ่งตนไม่ได้รู้จัก แต่เขามาขอเสนอขายให้ตนเอง ซึ่งตกลงว่าจะซื้อต้นกล้าละ 30 บาท โดยตนไม่ได้ไปจูงมือเขามา
นายศิริศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อราคาตก ตนสู้ไม่ไหว ก็ยอมผิดสัญญา และขอยกเลิกสัญญาไป 70 กว่าราย ซึ่งพวกเขาก็เห็นใจตน สมมุติเขาจองไว้ 10,000 ต้น เท่ากับ 10,000 บาท ตนก็คืนให้ 20,000 บาทเพื่อเป็นการเยียวยา โดยที่ไม่เอาพืชกระท่อมจะให้เกษตรกรเอาไปขายคนอื่นได้เลย แต่กลุ่มที่มาร้องเรียนกลับไปออกข่าวที่กรุงเทพฯ ตนจึงฟ้องเพื่อเบรก แต่ศาลก็ยกฟ้อง ผู้เสียหายก็ฟ้องกลับตนว่าฉ้อโกง ซึ่งตนก็สู้ว่าไม่ได้ฉ้อโกง ซึ่งศาลก็พิพากษาจำคุก 3 ปี ในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ก็ยืน ขณะนี้กำลังต่อสู้ในชั้นฎีกา ส่วนความเสียหายที่ผู้ร้องระบุว่าเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาทก็ไม่จริง ผู้เสียหาย 100 กว่าคนก็ไม่จริง เพราะกลุ่มเขามีเพียง 10 คนเท่านั้น ตนก็จ่ายเงินให้ไปแล้ว
นายศิริศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ขอถามว่าเรื่องนี้เกิดตั้งแต่ ปี 2565 ไม่เห็นมีปัญหาแต่ทำไมมาร้องในวันนี้ หรือบังเอิญว่ามีผู้ที่เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.เขต 2 ชุมพร ซึ่งเป็นเขตเดียวกับนายสราวุธ และเรื่องที่เกิดขึ้น ลูกตนก็ไม่รู้เรื่องเลย เขาทำงานการเมือง ตนก็ไม่เคยไปยุ่งกับเขา เพราะเราถือว่าเรื่องทางการเมืองไม่ใช่เรื่องของมรดกที่จะตกทอดได้ มันอยู่ที่ตัวของเขา เขาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด ดังนั้นต้องให้นายสราวุธตัดสินใจเอง ว่าจะลงสมัคร สส. ต่อหรือไม่ ทั้งนี้แล้วแต่พรรคจะพิจารณาเพราะนายสราวุธก็เป็นสส.เก่า ของพรรคฯ
“ผมนึกถึงนิทานอีสปเรื่องหมาป่ากับลูกแกะ มึงไม่ผิดแต่พ่อมึงผิด ผมก็ไม่เข้าใจมันคืออะไร ผมไม่ได้กังวลเพราะถือว่า ถ้าเราเป็นคนดีเราก็เป็นคนดี ถ้าเราเป็นคนชั่วเราก็คือคนชั่ว ผมไม่ถือสาอะไรทั้งสิ้น การที่ลูกชายผมจะได้ลงสมัคร สส.หรือไม่ ก็ขอให้ดุลพินิจของกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคก็แล้วกัน” นายศิริศักดิ์ กล่าว



