สำหรับคนส่วนใหญ่ การถ่ายอุจจาระประจำวันไม่ใช่กิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดอะไรมาก แต่สำหรับบางคน การจำเป็นต้อง “ทำธุระหนัก” ในห้องน้ำสาธารณะหรือที่ทำงานอาจสร้างความวิตกกังวลและความเครียดอย่างมาก
ภาวะนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อของ Parcopresis หรือภาวะ “ลำไส้ขี้อาย” ผู้ที่มีภาวะนี้จะไม่สามารถขับถ่ายอุจจาระในห้องน้ำสาธารณะหรือในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย หรือเมื่อมีคนอื่นอยู่ใกล้ๆ สถานที่ขับถ่าย
เมื่อถูกบังคับหรือจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำนอกบ้าน ผู้ที่ประสบภาวะนี้อาจมีอาการหัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก คลื่นไส้ ตัวสั่น และ ถ่ายอุจจาระได้ยาก
นักจิตวิทยาถือว่าความวิตกกังวลในการถ่ายอุจจาระเป็นโรควิตกกังวลทางสังคม (Social Anxiety Disorder) รูปแบบหนึ่ง มีผลงานวิจัยจากออสเตรเลียที่เผยแพร่ในปี 2562 พบว่า ผู้ประสบภาวะนี้ มักมีความคิดเชิงลบเกี่ยวกับตัวเอง กล่าวคือ ผู้ที่มีความวิตกกังวลในการถ่ายอุจจาระมักกลัวการถูกตัดสินจากผู้อื่น
สรุปได้ว่า มันเป็นภาวะที่น่าไม่สบายใจอย่างยิ่ง และมีคนจำนวนมากที่ต้องประสบภาวะนี้ในอัตราสูงถึง 1 ใน 7 คน
จากการศึกษาในหมู่นักศึกษามหาวิทยาลัยชาวออสเตรเลีย 714 คน พบว่ากว่า 14 เปอร์เซ็นต์ หลีกเลี่ยงการใช้ห้องน้ำสาธารณะเนื่องจากความวิตกกังวล และอีก 3 เปอร์เซ็นต์ หลีกเลี่ยงเพราะกลัวการปนเปื้อนของเชื้อโรค
ภาวะนี้นำมาซึ่งการกลั้นอุจจาระ พฤติกรรมนี้จะทำให้อุจจาระแข็งและแห้งมากขึ้นในลำไส้ใหญ่ เนื่องจากมีการดูดซึมน้ำกลับเข้าไปมากขึ้น และเมื่อทำไปนานๆ เข้าก็อาจกลายเป็นอาการท้องผูกเรื้อรัง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรงคือ มีเลือดออกเนื่องจากกลายเป็นโรคริดสีดวงทวาร, มีการฉีกขาดของเยื่อบุทวารหนัก และภาวะลำไส้ปลิ้นหรือลำไส้ใหญ่เลื่อนหลุดออกมาทางทวารหนัก
หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ปัญหาเหล่านี้อาจนำไปสู่ ภาวะกลั้นอุจจาระไม่ได้ (Faecal incontinence) ในที่สุด
ภาวะลำไส้ขี้อายนี้ไม่เพียงแต่เป็นความผิดปกติที่ทำให้เจ็บปวดอย่างมากเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ด้วย เช่นในกรณีของ เอมิลี ทิทเทอริงตัน สาวน้อยวัย 16 ปีที่เสียชีวิตหลังจากที่เธอไม่ได้ถ่ายอุจจาระเป็นเวลานานถึง 8 สัปดาห์ ส่งผลให้ช่องอกของเธอถูกกดทับและอวัยวะภายในเคลื่อนที่
เด็กสาวจากคอร์นวอลล์ซึ่งมีอาการกลัวการเข้าห้องน้ำแปลกที่ เสียชีวิตจากภาวะ หัวใจวาย ในปี 2556
ในปี 2565 ก็มีกรณีของอีวาน โนวัค เด็กในวัยที่กำลังหัดเดินถูกทิ้งไว้ในสภาพที่ “กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด” หลังจากมีอาการท้องผูกอย่างรุนแรงซึ่งทำให้เกิดการบีบอัดอวัยวะภายในของเด็ก
แพทย์ประมาณการว่า ปริมาณอุจจาระในร่างกายของผู้ป่วยเด็กรายนี้คิดเป็นประมาณหนึ่งในหกของน้ำหนักตัว 12 กิโลกรัมของเขา หรือประมาณ 2 กิโลกรัม
ที่มา : thesun.co.uk
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



