เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ จินนี่ พรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงที่อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อม นายชัชวาล แพทยาไทย เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย เพื่อเปิดตัว นายนราเอก คำสนาม ว่าที่ผู้สมัครสส. พรรคไทยสร้างไทย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ใกล้ชิด และเป็นกันเอง ท่ามกลางพี่น้องประชาชนที่มาร่วมรับฟังการปราศรัยอย่างคึกคัก

ในช่วงหนึ่งของการพบปะ น.ส.ยศสุดา กล่าวแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง ว่า มีหลายคนทักว่ามีหน้าตาคล้าย “แม่หน่อย” หรือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งวันนี้ไม่ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม จึงขอทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพรรคในการมาพบปะและพูดคุยกับพี่น้องประชาชนด้วยตนเอง โดยปกติเป็นคนไม่ถนัดการพูดต่อหน้าคนจำนวนมาก แต่วันนี้ตั้งใจมาพูดด้วยตัวเอง เพราะเห็นถึงความตั้งใจจริงของทีมงานพรรคไทยสร้างไทย โดยเฉพาะนายนราเอก คำสนาม ที่ลงพื้นที่พบพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงใกล้การเลือกตั้ง แต่ทำงานรับใช้ประชาชนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมนำปัญหาของพื้นที่ไปสะท้อนและร่วมศึกษากับพรรค เพื่อผลักดันแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

น.ส.ยศสุดา กล่าวอีกว่า การทำงานของพรรคไทยสร้างไทยว่า เป็นพรรคที่ผสมผสานทั้งบุคลากรทางการเมืองที่มีประสบการณ์ อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และคณะ ควบคู่กับคนรุ่นใหม่ที่มีพลังและความตั้งใจในการทำงาน เพื่อผนึกกำลังกันขับเคลื่อนนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาปากท้อง การเกษตร ราคาผลผลิต และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่
น.ส.ยศสุดา กล่าวอีกว่า ฝากพรรคไทยสร้างไทย และนายนราเอก คำสนาม ไว้ในหัวใจของประชาชนอำเภอศรีสมเด็จ ย้ำว่าพรรคไทยสร้างไทยมุ่งมั่นส่งคนดี คนทำงานจริง เข้าไปเป็นผู้แทนของประชาชนในสภา เพื่อทำงานทั้งในและนอกสภาอย่างเต็มที่ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของพรรคในการสร้างความใกล้ชิด และรับฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง

ด้าน นายชัชวาล แพทยาไทย เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย กล่าวย้ำว่า พรรคมีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ และขอเชิญชวนประชาชนเลือกคนในพื้นที่ เลือกลูกหลานชาวร้อยเอ็ดเข้าไปทำหน้าที่ในสภา เพื่อเป็นปากเป็นเสียงและแรงผลักดันในการแก้ไขปัญหาสำคัญ ทั้งปัญหาราคาข้าว ราคาผลผลิตทางการเกษตร ปัญหาเรื่องน้ำ และราคาวัว ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการนำเสนอและผลักดันในสภาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 50 ครั้ง จึงขอแรงสนับสนุนจากประชาชน เพื่อส่งคนทำงานจริงเข้าไปเพิ่มอีกหนึ่งเสียงในสภา ให้การแก้ไขปัญหาของชาวบ้านเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น



