ภาคีเครือข่ายอากาศสะอาด ประเทศไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องไปยัง รัฐบาลรักษาการ ว่า ต้องไม่ใช้ข้ออ้างของสถานะรักษาการเพื่อ เกียร์ว่าง หรือเพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของประชาชน แต่จะต้องใช้อำนาจและกลไกกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างเคร่งครัดและเต็มประสิทธิภาพสูงสุด

โดยเรียกร้องไปยัง พรรคการเมืองทุกพรรค ที่กำลังจะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ให้แสดงความจริงใจด้วยการบรรจุกฎหมายอากาศสะอาดเป็น วาระหลักในนโยบายพรรค และต้องนำนโยบายนั้นมาทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเมื่อได้รับเลือกตั้ง ไม่ใช่เพียงแค่ใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ พร้อมทั้งส่งเสียงล่วงหน้าไปยัง รัฐบาลชุดใหม่ ให้ตระหนักถึงความเร่งด่วน โดยขอให้บรรจุวาระการผลักดันร่างกฎหมายอากาศสะอาดเป็น นโยบายเร่งด่วน และเร่งนำร่างกฎหมายฉบับนี้กลับมาพิจารณาโดยเร็วที่สุดภายใน 30 วัน นับแต่วันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก

ช่วงฤดูหนาวต่อเนื่องถึงช่วงฤดูร้อนของทุกปี จังหวัดเชียงใหม่และอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศประสบกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่มีค่าสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานที่อยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่มีแหล่งกำเนิดมลพิษที่สำคัญ 2 แหล่งคือ ไฟในพื้นที่ป่า 46% และภาคเมืองรถยนต์และยานพาหนะบนถนน 36% (จากแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุมมลพิษจังหวัดเชียงใหม่ประจำปี พ.ศ. 2569-2571)

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.68  สมัชชาเครือข่ายป่าชุมชนได้ยื่นข้อเสนอนโยบายระดับจังหวัดต่อการแก้ไขปัญหาไฟป่าและมลพิษอากาศปี 2569 โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างการ มีส่วนร่วมกับประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ป่ามากถึง 69.07% ของพื้นที่ทั้งจังหวัด และมีชุมชนที่ทับซ้อนอยู่ในเขตป่ากว่า 1,271 หมู่บ้าน ซึ่งชุมชนเหล่านี้เป็นทั้งผู้ใช้ไฟและผู้ปกป้องไฟในเวลาเดียวกัน ข้อเสนอสำคัญสภาลมหายใจ คือการเปลี่ยนแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟในพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่เกษตร โดยให้ดำเนินการตามแนวทางการบริหารจัดการไฟ หรือ Fire management ซึ่งไม่ใช่ห้ามเผาโดยเด็ดขาด (zero burn)” นำเสนอ 4 ข้อเสนอเชิงรุกของเครือข่ายป่าชุมชนดังนี้

      1.สนับสนุนแผนจัดการไฟเชิงพื้นที่แบบมีส่วนร่วม ส่งเสริมให้เกิด แผนและปฏิบัติการจัดการไฟเชิงพื้นที่แบบมีส่วนร่วม ซึ่งจะมีการแยกแยะ “ไฟจำเป็น” (ไฟที่ใช้เพื่อบริหารเชื้อเพลิงในเขตเก็บ  หาผลผลิตจากป่าและลดเชื้อเพลิงในพื้นที่เสี่ยง) เพื่อจัดระเบียบการใช้ไฟให้ส่งผลกระทบที่น้อยที่สุด

      2.พัฒนาและใช้ระบบรองรับการบริหารจัดการไฟ เชียงใหม่เป็นจังหวัดแรกที่พัฒนาแอปพลิเคชัน FireD ขึ้นมารองรับระบบ  บริหารจัดการไฟ จึงควรมีการพัฒนาการใช้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพของระบบ และต้องจัดให้มีการสรุปบทเรียนการใช้ระบบหลังเดือนพฤษภาคม

      3.สนับสนุนงบประมาณคณะกรรมการป่าชุมชน สนับสนุน  งบประมาณในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าให้แก่คณะกรรมการป่าชุมชนระดับพื้นที่ ตาม พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ซึ่งกฎหมายได้รับรองสถานะให้เป็นกลุ่มที่ชอบด้วยกฎหมายที่สามารถรับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนได้อย่างถูกต้อง

      4.ประกาศจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาตามแผนยุทธศาสตร์ การประกาศจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาต้องสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ และแผนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาไฟป่ามลพิษอากาศ 5 ปีของจังหวัดเชียงใหม่

ระหว่างวันที่  20-21 ม.ค. 69 นี้ การประชุมระดับชาติ เรื่อง มลพิษทางอากาศ PM2.5 ครั้งที่ 2 (Thailand National PM2.5 Forum #2) โดย สสส. ผลึกกำลัง 11 หน่วยงาน 100 ภาคี จัดขึ้น ที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิดหลัก Transforming Systems  Together : เปลี่ยนระบบ เชื่อมข้อมูล ขับเคลื่อนอากาศสะอาดร่วมกัน โดยเชื่อมข้อมูลวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ขับเคลื่อนนโยบาย เปิดพื้นที่ปฏิบัติการ สรรค์สร้างอากาศสะอาด ร่วมกันออกแบบกลไกการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นระบบ 

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ กล่าวว่า งานประชุม Thailand National PM2.5 Forum ครั้งที่ 2 จะเป็นเวทีแห่งความร่วมมือระดับชาติที่เชื่อมโยง ผู้กำหนดนโยบาย (ภาครัฐ) นักวิจัย ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคท้องถิ่น ร่วมขับเคลื่อนการแก้ปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 อย่างเป็นระบบ อ้างอิงจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลจริง องค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากผลงานวิจัย วิทยา ศาสตร์ เทคโนโลยี และเสียงของประชาชน โดยจะสะท้อนให้เห็นว่าปัญหา PM2.5 นี้ เป็นผลลัพธ์ของระบบที่ซับซ้อน ที่เชื่อมโยงในหลายมิติทั้งสุขภาพ  สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม     การคมนาคม ต่างประเทศ การใช้พลังงาน ความมั่นคงของมนุษย์ และการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบโครงสร้างของสังคม จึงเป็นหัวใจและจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยการเปิดเผยข้อมูล ประสานความร่วมมือข้ามเขต ข้ามหน่วยงาน ข้ามพรมแดน พร้อมเปิดมุมมองใหม่

ในปี 2567 มีผู้ป่วยกว่า 12 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 เกือบ 1 ล้านคน และยังพบพื้นที่เผาไหม้สะสมในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ รวมกันกว่า 10 ล้านไร่ จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าปัญหาฝุ่น PM2.5เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน จำเป็นต้องแก้ไขด้วยข้อมูลวิทยาศาสตร์ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน นพ.พงษ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์    ผู้จัดการ สสส. กล่าว

การประชุมระดับชาติ เรื่อง มลพิษทางอากาศ PM2.5 ครั้งที่ 2 มีภาคีเครือข่ายเข้าร่วม 100 องค์กร และมีตัวแทนจากพรรคการเมืองมาร่วมเสวนาในหัวข้อ “นับถอยหลัง พ.ร.บ.บริหารอากาศสะอาด”ได้แก่ นายศุภชัย ใจสมุทร พรรคภูมิใจไทย จักรพล ตั้งสุทธิธรรม พรรคเพื่อไทย ภัทรพล ลีลาพรรค พรรคประชาชน ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคไทยก้าวใหม่ ไพบูลย์ นิติตะวัน พรรคพลังประชารัฐ และ พงศกร ขวัญเมือง พรรคประชาธิปัตย์

หน่วยงานร่วมจัด 11 องค์กร ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงสาธารณสุข, กรุงเทพมหานคร, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ, มูลนิธิส่งเสริมการออกแบบอนาคตประเทศไทย และสภาลมหายใจกรุงเทพฯ ทั้งนี้สามารถลงทะเบียน     เข้าร่วมการประชุมฯ ได้ที่ https://www.breathebangkok.org/pm25forum/