เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า เขตพระนคร นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยแผนการพัฒนาการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัยของ กทม. ว่า ผู้ว่าฯ กทม. เน้นย้ำถึงการปรับตัวของระบบการศึกษาเพื่อรองรับทักษะสมัยใหม่และความต้องการของประชากรสูงวัยและวัยทำงานในเมือง เนื่องจากอัตราการเกิดที่ลดลงและจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้การศึกษาของ กทม. ต้องปรับตัว โครงการสำคัญในการตอบโจทย์ดังกล่าวคือการพัฒนาแพลตฟอร์ม “Next Learn” ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่เริ่มจากโรงเรียนฝึกอาชีพ เพื่อทำให้การฝึกอาชีพมีความทันสมัยมากขึ้น แพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้ประชาชนสามารถเรียนออนไลน์ เพื่อรับเครดิตและประกาศนียบัตรจากสำนักพัฒนาสังคมได้ โดยคาดว่าแพลตฟอร์ม Next Learn จะสามารถเปิดตัวให้สาธารณชนได้เห็นในช่วงกลางเดือน ม.ค. 69

นายศานนท์ กล่าวต่อไปว่า เป้าหมายหลักของแพลตฟอร์มนี้ คือการเป็นศูนย์รวมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning) ตั้งแต่เด็กอ่อน วัยเรียน จนถึงวัยทำงาน โดยมีการทำสถิติที่เรียกว่า “เรียนรู้ล้านชั่วโมง” เพื่อเก็บข้อมูลว่าคนในกรุงเทพฯ เรียนไปแล้วกี่ชั่วโมง แพลตฟอร์มจะรวมคอร์สที่หลากหลาย ตั้งแต่การเรียนสำหรับเด็กอ่อนไปจนถึงคอร์สฝึกอาชีพเฉพาะทาง เช่น การจัดดอกไม้ เนื้อหาการเรียนรู้บนแพลตฟอร์มนี้ จะเป็นการรวบรวมคอร์สต่าง ๆ เข้ามา โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะคอร์สที่ กทม. จัดทำเองเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (DSD) และกระทรวงแรงงาน เพื่อรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ และลิงก์ไปยังคอร์สต่าง ๆ ที่อาจได้รับการสนับสนุนทางการเงิน

“ในด้านการศึกษา สำนักการศึกษายังคงดำเนินงานภายใต้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ แต่สำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning) นั้น มีองคาพยพอยู่ในส่วนของสำนักพัฒนาสังคม ซึ่งดูแลโรงเรียนฝึกอาชีพ โดยสิ่งที่ให้ความสำคัญตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คือการเน้นทักษะดิจิทัลและทักษะสมัยใหม่ อาทิ AI ภายใต้โครงการ Next Learn”

นายศานนท์ กล่าวเพิ่มว่า การพัฒนา Next Learn ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเรียนรู้ออนไลน์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการเรียนรู้ออฟไลน์ด้วย ปัจจุบันโรงเรียนฝึกอาชีพของ กทม. มีเพียง 10 แห่ง แต่ในอนาคตมีแผนที่จะขยายการใช้พื้นที่โรงเรียนในสังกัด กทม. ทั้ง 437 โรงเรียน ให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยจะมีการปรับโครงสร้างใหม่ (Restructure) เพื่อให้สามารถรองรับเป็นศูนย์ฝึกทักษะและอาชีพ ที่คนในชุมชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพียงแค่เดินไปที่โรงเรียนใกล้บ้าน

การปรับโครงสร้างนี้รวมถึงการทำให้บางโรงเรียนกลายเป็น Life Long Learning School โดยเฉพาะ โดยอาจมีการกำหนดจุดเด่นของแต่ละโรงเรียนให้ชัดเจน และมีการปรับบทบาทของพื้นที่ เช่น การจัดให้มีตึกบางส่วนเป็นที่พักครู หรือเป็นโรงเรียนฝึกอาชีพ การใช้โรงเรียนเป็นฐานสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตจะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการพัฒนาทักษะที่จำเป็นได้อย่างสะดวก โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่ศูนย์ฝึกอาชีพหลัก นอกจากนี้ยังเป็นการจัดสรรทรัพยากร ทั้งอาคารสถานที่และบุคลากรครู ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่เน้นการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการศึกษาของคนในเมือง.