เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่ลานกิจกรรมหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, นายไกรสีห์ หล่อธราประเสริฐ รองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา, พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ตลอดจนผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานขนส่งจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยมีประชาชนและแขกผู้มีเกียรติร่วมงานเป็นจำนวนมาก

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้โครงการควบคุมมลพิษทางอากาศของเทศบาลนครนครราชสีมา มุ่งเน้นการตรวจวัดและควบคุมรถยนต์ที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 สำคัญในเขตเมือง เพื่อสร้างการรับรู้และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการดูแลคุณภาพอากาศอย่างยั่งยืน

ด้าน นายไกรสีห์ หล่อธราประเสริฐ รองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากงานวิจัยของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยในพื้นที่ พบว่าแหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมามาจากควันรถยนต์ประมาณร้อยละ 35 การเผาในที่โล่งแจ้งร้อยละ 31 การก่อสร้างร้อยละ 15 และโรงงานอุตสาหกรรมร้อยละ 14 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาควันจากยานพาหนะเป็นปัจจัยหลักที่สามารถจัดการได้อย่างเร่งด่วน

“มาตรการที่เห็นผลเร็วและชัดเจนที่สุด คือการควบคุมรถยนต์ควันดำ ซึ่งมีกฎหมายรองรับทั้งตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกและกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันได้มีการปรับเพิ่มอัตราโทษให้มีความเข้มงวดมากขึ้น พร้อมทั้งลดค่ามาตรฐานการตรวจเขม่าควันดำจากเดิมร้อยละ 30 เหลือเพียงร้อยละ 20 ทำให้รถที่มีการดัดแปลงหรือปล่อยควันดำเกินมาตรฐานมีโอกาสไม่ผ่านการตรวจสูงขึ้น” นายไกรสีห์กล่าว

ทั้งนี้ จังหวัดนครราชสีมาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันลดแหล่งกำเนิดมลพิษ คืนอากาศสะอาดให้กับชาวโคราช และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาวต่อไป.