เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสายวานนี้ (17 ธ.ค. 2568) พ.ต.อ.พฤทธิ์ บุญปก ผกก.สภ.ภูสิงห์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูสิงห์ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดศรีสะเกษ ทหาร ฉก.3 กกล.สุรนารี และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอภูสิงห์ ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังเก็บสินค้า ฝั่งตรงข้ามกาสิโน ตลาดเมืองใหม่ช่องสะงำ ชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ หลังได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ว่ามีความเคลื่อนไหวของชาวกัมพูชา

เมื่อไปถึงโกดังที่เกิดเหตุ พบ นางเนง เอส (Miss NENG ET) สัญชาติกัมพูชา และนายทองคำ สัญชาติไทย ได้แสดงตัวเป็นผู้ครอบครอง ผลการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือ จำนวน 7 เครื่อง เงินสดจำนวน 11,031,150 บาท ทองรูปพรรณ 33 รายการ รวมเป็นเงิน 3,326,900 บาท จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินต่อไป

จากการสอบสวน นางเนง เอส และนายทองคำ ซึ่งทั้งสองคนแต่งงานกันและจดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ได้แสตงตัวเป็นเจ้าของเงินและทองคำรูปพรรณจำนวนดังกล่าว ซึ่ง นางเนง เอส ได้ให้การว่า เงินดังกล่าวมาจากการค้าขายสินค้ากับทาง 2 บริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งมี นายมน (นามสมมุติ) เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท เป็นพยานยืนยันว่าได้ค้าขายกันจริง และมี นางบี (นามสมมุติ) เป็นพยามยืนยันว่าเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารการส่งออกสินค้าให้ และจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนางเนง เอส แล้วไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ หรือยาเสพติดแต่อย่างใด เชื่อว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการค้าขายจริง ในส่วนของกลางได้ให้พิสูจน์หลักฐานตรวจหาสารเสพติด ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอผลตรวจ

ทั้งนี้ เพจกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า การตรวจพบดังกล่าว คาดเชื่อมโยง “เงินทุนเทา” ที่อาจถูกนำไปสนับสนุนในการตั้งฐานปฏิบัติการ อาวุธ-กระสุน เทคโนโลยีโดรน และเครือข่ายสแกมเมอร์ เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดเงินเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มา และให้ผู้ครอบครองนำหลักฐานการค้าขายมาแสดง อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด.



