ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) เผยเรื่องราวที่เรียกได้ว่าเป็น “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากอย่างยิ่ง” เมื่อมีผู้ป่วยชายชาวมิชิแกนคนหนึ่งติดเชื้อพิษสุนัขบ้าหลังจากเข้ารับการผ่าตัดเพื่อปลูกถ่ายไต
ตามรายงานของ CDC ชายผู้นี้ได้รับไตข้างซ้ายจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตในรัฐไอดาโฮเมื่อเดือนธันวาคม 2567 การผ่าตัดเป็นไปด้วยดีและผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ แต่เพียง 5 สัปดาห์ต่อมา เขาเริ่มมีอาการป่วยที่น่ากังวล
ผู้รับบริจาคไตรายนี้เริ่มมีอาการตัวสั่นกระตุก ขาอ่อนแรง สับสน และกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ อาการของเขาแย่ลงเรื่อยๆ ภายในไม่กี่วัน เขาก็ต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการจับไข้ กลืนลำบาก มีอาการกลัวน้ำ และระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ
ในไม่ช้า ผู้ป่วยรายนี้ก็ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเนื่องจากไม่สามารถหายใจได้เอง และเสียชีวิตหลังจากเข้าโรงพยาบาลได้เพียงหนึ่งสัปดาห์
ผลการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุหลังจากที่ชายผู้โชคร้ายเสียชีวิตพบเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าในน้ำลาย ผิวหนังบริเวณคอ และเนื้อเยื่อสมองของเขา ซึ่งสร้างความงุนงงอย่างมาก เนื่องจากครอบครัวของผู้ตายยืนยันว่า เขาไม่เคยสัมผัสกับสัตว์ที่อาจแพร่เชื้อโรคดังกล่าวได้เลย จึงทำให้ทีมสืบสวนเริ่มหันไปตรวจสอบประวัติของผู้บริจาคไต
ปรากฏว่าไตดังกล่าวมาจากชายชาวไอดาโฮที่แพทย์ลงความเห็นว่าสมองตายหลังจากที่เขาอยู่ในหอผู้ป่วยวิกฤติมานานหลายวัน ข้อมูลในแบบประเมินความเสี่ยงของผู้บริจาคระบุว่า เขาเคยถูกตัวสกั๊งค์ข่วนเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนที่จะเข้าสู่ภาวะโคม่า
ครอบครัวของผู้บริจาคจำได้ว่า ไม่กี่สัปดาห์ก่อนเสียชีวิต ชายผู้นี้ได้เข้าไปขวางตัวสกั๊งค์เพื่อปกป้องลูกแมวในฟาร์มของเขาที่ไอดาโฮ แม้จะไม่มีรายงานว่าถูกกัด แต่เขาก็มีรอยข่วนที่หน้าแข้ง
ภายใน 5 สัปดาห์หลังเหตุการณ์นั้น เขาเริ่มมีอาการสับสน เดิน กลืนอาหารลำบาก คอแข็ง และประสาทหลอน สองวันต่อมามีคนพบเขานอนหมดสติอยู่ในบ้าน และแม้แพทย์จะพยายามช่วยอย่างเต็มที่ แต่เขาก็ไม่ฟื้นคืนสติอีกเลย
หลังจากแพทย์ประกาศว่าเขาอยู่ในภาวะสมองตาย ครอบครัวก็ได้เตรียมการเพื่อบริจาคอวัยวะ โดยมีการเก็บไตซ้าย หัวใจ ปอด และกระจกตาทั้งสองข้าง ที่น่าสนใจก็คือ ผลตรวจโรคพิษสุนัขบ้าจากอวัยวะเหล่านี้ในตอนแรกออกมาเป็น “ลบ” (ไม่ติดเชื้อ) และอาการป่วยที่แปลกประหลาดของเขาถูกสรุปว่าเป็นผลมาจากโรคเรื้อรังอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม หลังการเสียชีวิตของผู้รับบริจาคไต ทาง CDC ได้อนุมัติให้ตรวจตัวอย่างที่เก็บไว้อย่างละเอียดอีกครั้ง และคราวนี้แพทย์พบ RNA ของไวรัสพิษสุนัขบ้าในเนื้อเยื่อไตขวาของเขา
หลังยืนยันว่ามีการพบเชื้อไวรัสในอวัยวะของผู้บริจาค ผู้ป่วยอีก 3 รายในแคลิฟอร์เนีย ไอดาโฮ และนิวเม็กซิโก ที่ได้รับปลูกถ่ายกระจกตาจากผู้บริจาครายเดียวกันในช่วงเดือนธันวาคม 2567 ถึงมกราคม 2568 จำเป็นต้องรับการผ่าตัดเอากระจกตาออก ทั้งหมดได้รับอิมมูโนโกลบูลิน (แอนตีบอดีสำเร็จรูปที่ใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อฆ่าไวรัส) และวัคซีน 4 โด๊ส
หลังจากนั้นไม่พบว่ามีผู้รับบริจาคคนใดแสดงอาการของโรคพิษสุนัขบ้า
แม้กรณีดังกล่าวจะน่าตื่นตระหนก แต่ CDC ชี้ว่า ความเสี่ยงในการติดเชื้อพิษสุนัขบ้าหรือการติดเชื้ออื่นๆ ผ่านการปลูกถ่ายอวัยวะหรือเนื้อเยื่อนั้นยังคงต่ำมาก โดยมีการบันทึกเหตุการณ์การแพร่เชื้อพิษสุนัขบ้าผ่านการปลูกถ่ายเพียง 4 กรณีเท่านั้นในสหรัฐอเมริกานับตั้งแต่ปี 2521
ที่มา : odditycentral.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



