เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านจากชายแดนไทย-กัมพูชา ต.บึงมะลู อ.กันทรลักษ์ ที่อพยพมาอยู่ ณ ศูนย์พักพิงแห่งนี้ จำนวน 369 คน โดยหลังจากที่ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ ออกประกาศให้ชาวบ้านพื้นที่ชายแดนออกจากพื้นที่ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็น เพราะเป็นพื้นที่สีแดง เป็นพื้นที่อันตราย ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีชาวบ้านที่อยู่ในศูนย์ผู้พักพิงชั่วคราวเริ่มป่วย เนื่องจากสภาวะความเครียด ขาดยาประจำ และพะวงเรื่องพืชผลทางการเกษตรที่จะเสียหาย เพราะขาดการดูแล รวมถึงสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ จะไม่มีอาหารกิน

ซึ่งความกังวลเกิดขึ้นกับทุกคนในศูนย์พักพิงชั่วคราว และทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามนำสิ่งของ อาหารการกิน สิ่งอำนวยความสะดวกไปมอบให้ ตลอดจนการตรวจดูแลสุขภาพเพื่อเป็นกำลังใจอยู่อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้บางคนยังขอออกไปอาศัยอยู่บ้านญาติ เพราะเห็นว่าน่าจะต้องอยู่ในศูนย์พักพิงอีกนาน การเป็นอยู่จะไม่สะดวก และการสู้รบพื้นที่ชายแดนอาจจะยืดเยื้อ ซึ่งทุกคนต่างตั้งเป็นคำถามว่าเมื่อไรสงครามการปะทะพื้นที่ชายแดนจะจบเสียที

ซึ่งวันนี้ นายแพทย์ยุทธนา สุริยะ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร ร่วมกับ ศูนย์สุขภาพจิต เขต 10 อุบลราชธานี ได้นำเจ้าหน้าที่เดินทางมาให้บริการตรวจคัดกรองดูแลสุขภาพให้กับผู้พักพิง พบว่าชาวบ้านส่วนมากมีปัญหาเกี่ยวกับทางด้านสุขภาพจิต ความเครียด ความกังวล การขาดยาประจำ บางคนเครียดมาก น้อยใจลูกๆที่ไม่เหลียวแล นอกจากนี้ได้จัดให้มีการแสดงหมอลำพื้นบ้านมาขับกล่อมร้องเสียงเพลงลูกทุ่งอีสานเพื่อให้ผู้พักพิงได้ผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังมีเกมให้เด็กๆ ได้ผ่อนคลาย เพราะไม่ได้ไปโรงเรียนมาหลายวัน

นายอุทัย กิ่งบู อายุ 85 ปี ชาวบ้านโนนสังข์ อ.กันทรารมย์ ซึ่งเป็นชาวบ้านข้างเคียงกับศูนย์พักพิง ได้มาโชว์ความสามารถด้านการจักรสานหวดนึ่งข้าวให้ผู้พักพิงดูเพื่อให้ผู้อพยพที่สนใจอยากจะเรียนรู้และนำไปสานต่อ ซึ่งพร้อมที่จะสอนให้เมื่อสานเสร็จมีผู้สนใจอยากซื้อก็พร้อมขายใบละ 30 บาทเท่านั้นเอง.