ทำเอาแฟนหนังตื่นเต้นกันยกใหญ่ เมื่อคุณแม่ลูกสองสุดสวย “ก้อย รัชวิน” ภรรยาของนักร้องสุดเท่ “ตูน บอดี้สแลม” ที่ตัดสินใจคัมแบ๊กกลับมารับงานแสดงภาพยนตร์อีกครั้งในรอบหลายปี หลังผันตัวไปทำหน้าที่คุณแม่ฟูลไทม์ดูแลลูกๆ อย่าง “น้องทะเล” และ “น้องเวลา” อยู่ที่จังหวัดภูเก็ตมานาน

ล่าสุด ก้อย ได้มาร่วมงานแถลงข่าว BEYOND THE SCREEN MOVIE LINE UP 2026 พร้อมทั้งเปิดใจถึงเบื้องหลังการกลับมาทำงานครั้งนี้ว่า “สำหรับการกลับมาทำงานในเรื่องนี้ คือเขาใช้คิวไม่เยอะ (หัวเราะ) ถ่ายเสร็จเร็วรวดเดียวจบเลยค่ะ ขึ้นมาทำงานเดือนนึงเสร็จ แต่การจะรับงานก็ต้องคุยกันในครอบครัว เพราะปกติถ้าก้อยจะรับงาน ก็ต้องดูคิวพี่ตูนด้วย เพราะต้องมีคนใดคนหนึ่งอยู่กับลูก เราจะพยายามไม่หายไปทีเดียวสองคน แต่โชคดีที่ช่วงที่ถ่ายน้องปิดเทอมพอดี แล้วพี่ตูนก็รับงานที่กรุงเทพฯ เยอะมาก เลยขนกันมาหมดเลยทั้งบ้าน ขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯ ด้วยกัน
ส่วนลูกๆ เขาไม่รู้ว่าเราเป็นดารา เขารู้ว่าเป็นแม่ เขาอาจจะยังไม่รู้ว่าอาชีพของเราคืออะไร แต่เราก็บอกเขาว่าแม่เป็นนักแสดงนะ แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจหรอก ว่าอะไรคือนักแสดง เพราะเขายังไม่ได้ดูทีวี ไม่ได้ดูจอเยอะ แต่ล่าสุดที่โรงเรียนเขามีละครเวที เขาก็เอ็นจอยมาก เราก็บอกเขาว่าตอนที่แม่วัยรุ่น แม่ก็แสดงแบบนี้นะ แม่มีวันนี้ได้ก็เพราะทำแบบนี้นะ นี่แหละอาชีพของแม่ เขาก็เริ่มเข้าใจ แล้วก็ขอดู ก้อยก็เปิดโฆษณาให้เขาดู พอดูเสร็จเขาก็บอกว่าหนูอยากโฆษณาน้ำดื่ม อยากโฆษณากาแฟ เหมือนเห็นอะไรที่พ่อแม่อิน น้องก็จะมาบอกว่าอยากโฆษณาอันนั้นอันนี้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ถ้าเกิดว่าลูกค้าสนใจ (หัวเราะ) ถามว่ารู้ไหมว่าพ่อเป็นนักร้อง คือน้องรู้อยู่แล้ว เพราะว่าพาไปดูคอนเสิร์ตบ่อย

แล้วเขาก็คือลูกพ่อร้อยเปอร์เซ็นต์เลยค่ะ สมมุติเพลงขึ้นมา เขาจะสามารถร้องเพลงได้เลย เขาจำเนื้อเพลงเก่งมาก ทั้งสองคนเลย เหมือนเขาเห็นพ่อแล้วก็ทำตาม มีความสุขกับการฟังเพลง ขึ้นรถปุ๊บก็อยากฟังเพลง ขอเพลงนั้นเพลงนี้ เพลงบัวลอย แต่ถ้าสายแอ๊คติ้ง ก้อยว่าน้องเวลาได้อยู่ ตอนนี้เขากำลังน่ารักตะมุตะมิ ให้ทำอะไรทำหมด เวลาพาไปที่ที่คนเยอะๆ เขาก็ไม่กลัว เวลาคนมาเล่นด้วยก็รับแขก เสิร์ฟเก่งอยู่ ส่วนปีหน้าก็คิดว่ามีโอกาสที่จะทำงานในวงการมากขึ้น ถ้าเกิดว่าบทมันได้ แล้วเวลาลงตัว ทั้งหมดทั้งมวลมันเป็นเรื่องของจังหวะและโอกาส และเวลาด้วย
ส่วนบ้านที่ภูเก็ต คือฝนตกตลอดอยู่แล้ว แต่ว่าจุดที่ก้อยอยู่ มันไม่ได้เป็นจุดที่จะเกิดน้ำท่วม ถามว่าเคยมีในอดีตไหม มันก็เคย แต่ว่ามันไม่ได้ถึงกับที่หาดใหญ่ค่ะ ณ ตอนนี้ก็คงไม่ได้โยกย้ายไปไหน เพราะเราปักหลักอยู่ที่นี่แล้ว และเพิ่งสร้างบ้านด้วย แต่เราก็คงต้องหาวิธีเซฟมากขึ้น และต้องศึกษาจากเหตุการณ์ในอดีต ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และถ้ามันเกิดอะไรขึ้นกับพื้นที่ที่เราอยู่จริงๆ เราจะจัดการกับมันยังไง โชคดีที่ตรงนั้นมันไม่ได้เป็นแอ่งที่จะเกิดได้ง่าย แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นอยู่แล้ว แล้วภูเก็ตนี่ฝนแปดแดดสี่ฉ่ำๆ เลย มีอยู่ 2 ฤดู ส่วนบ้านที่กรุงเทพฯ ถ้าเป็นบ้านของก้อยก็ยังอยู่ เพราะคุณพ่อคุณแม่อยู่ ส่วนบ้านพี่ตูนยังขายอยู่ค่ะ ส่วนมูลค่าบ้านหลังนั้นไม่ทราบเลย ต้องถามพี่ตูน แต่บ้านหลังนั้นเขารักมาก เพราะมาจากน้ำพักน้ำแรงของเขา และเป็นความทรงจำของเขา ซึ่งพี่ตูนก็มีการต่อเติมหลายส่วน ก็เลยค่อนข้างที่จะรักบ้านหลังนี้ แต่เราก็รู้ว่า ถ้าเราต้องย้ายไปอยู่ที่นู่น แล้วปล่อยบ้านไว้โดยไม่มีคนอยู่ บ้านมันก็จะโทรมไปเรื่อยๆ ใครสนใจก็ลองติดต่อมาได้ค่ะ”





