เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานพิธีเปิด “การประชุมวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อส่งมอบผลงานโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของประเทศ” โดยจัดขึ้นร่วมกันระหว่าง สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
นายพัฒนา กล่าวว่า ในปี 2553 ประเทศไทยมีอัตราการตั้งครรภ์ในเด็กวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี ค่อนข้างสูงที่ 50 ต่อพันคน แต่จากการร่วมกันทำงานทำให้ตอนนี้สถิติลดลงไปกว่าครึ่งแล้ว อย่างก็ตาม เรามีเป้าหมายลดอัตราการตั้งครรภ์ในกลุ่มวัยรุ่นให้เหลือ 15 คนต่อพันคน ภายในปี 2570 โดยสร้างความเข้าใจเรื่องการเรื่องการคุมกำเนิด และตระหนักถึงการตั้งครรภ์ในขณะที่ยังไม่มีความพร้อม จะส่งผลต่อครอบครัว ทั้งครอบครัวที่อยู่และครอบครัวที่สร้างขึ้นมาใหม่ รวมถึงสภาพจิตใจ เศรษฐกิจ สังคม เป็นต้น ทั้งนี้การทำงานแก้ปัญหาในพื้นที่นำร่อง 10 จังหวัด ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ หวังว่าโครงการแบบนี้จะถูกขยายผลออกไปในวงกว้าง เพื่อให้สภาพเศรษฐกิจ สังคม ครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของสังคม มีความแข็งแรง แม้ว่าประชากรไทยจะมีแนวโน้มลดลง แต่เมื่อเกิดมาแล้วต้องให้มีความสมบูรณ์แข็งแรง สูตร 32+1 คือ สภาพจิตใจดีร่วมด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นวาระที่เราต้องทำต่อเนื่อง และร่วมกันทำอย่างเข้มแข็ง
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การศึกษา เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ การขับเคลื่อนการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจาก 6 กระทรวงหลัก และการทำงานเชิงบูรณาการในระดับพื้นที่ ผ่านคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นระดับจังหวัด โดยกรมอนามัยในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ยินดีสนับสนุนการนำผลสำเร็จของโครงการไปขยายผลเพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้แก่วัยรุ่นและเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน
ด้าน ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ปี 2566 สสส. ร่วมกับ สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยฯ ดำเนินโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของประเทศใน 10 จังหวัดที่มีอัตราการคลอดสูงสุด คือ ตาก แม่ฮ่องสอน นครนายก ระยอง จันทบุรี สระแก้ว อุทัยธานี กาญจนบุรี ปราจีนบุรี และราชบุรี โดยได้พัฒนาคู่มือปฏิบัติงาน 8 คู่มือ สำหรับศูนย์พิทักษ์สิทธิเยาวชนตำบล ครูนางฟ้าประจำโรงเรียน รพ.สต.เชิงรุก โรงเรียนครอบครัว สถานประกอบการ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และอนุกรรมการจังหวัด เพื่อยกระดับกลไกการทำงานของอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นของจังหวัดให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
“ผลการดำเนินงานพบว่า ในปี 2567 อัตราการคลอดของวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี ใน 10 จังหวัดนำร่อง มีอัตราลดลง 7.75 คนต่อพันคน ขณะที่อัตราการคลอดของอีก 65 จังหวัดที่ไม่ได้มีการดำเนินการ ในปี 2567 ลดลง 5.8 คนต่อพันคน การดำเนินงานใน 10 จังหวัดนำร่อง มีอัตราการลดลงที่มากกว่า สะท้อนถึงผลลัพธ์เชิงบวกของการดำเนินงานเป็นส่วนหนึ่งทำให้อัตราการคลอดของแม่วัยรุ่นระดับประเทศลดลง โดยในปี 2567 อยู่ที่ 18.6 คนต่อพันคน อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายในการบรรลุเป้าหมายเพื่อลดอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี ไม่เกิน 15 คนต่อพันคน ภายในปี 2570 ซึ่ง สสส. และภาคีเครือข่าย ยังคงมุ่งมั่นต่อยอดการทำงานเชิงรุก และขยายพื้นที่การทำงานให้ครอบคลุมทั่วประเทศ” รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว



