เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กทพ. ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือการดำเนินโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย เพื่อรองรับระบบสาธารณูปโภคของหน่วยงานสาธารณูปโภค ร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ซึ่งโครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงสะพานคมนาคม แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานร่วมสำหรับวางระบบน้ำประปา ไฟฟ้า และโทรคมนาคมอย่างครบวงจร โดยเกาะไปกับสะพาน ช่วยเพิ่มความปลอดภัย เพราะหากระบบสาธารณูปโภคลอดใต้ทะเลอาจโดนสมอเรือได้ นอกจากนี้ยังเป็นการลดการลงทุนซ้ำซ้อนด้วย

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ฝาก กทพ. ให้ดูแลเรื่องมาตรฐานการออกแบบสะพานรองรับพายุ และแผ่นดินไหว พร้อมกันนี้ในช่วงมรสุมพายุเข้า อาจต้องพิจารณาปิดการใช้ทางด่วน เพื่อความปลอดภัยในการใช้ทาง ขณะเดียวกันให้คำนวณเรื่องปริมาณการจราจรที่จะเข้าสู่เกาะสมุย เพราะการสัญจรสะดวกขึ้น คาดว่าจะมีปริมาณรถยนต์เข้าสู่เกาะสมุยมากขึ้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมร่วมกันวางแผนพิจารณาศึกษาในเบื้องต้นว่าจะรองรับปริมาณรถยนต์เหล่านี้อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดเหมือนที่ภูเก็ต นอกจากนี้ให้ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช และท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี เร่งเพิ่มความยาวทางวิ่ง(รันเวย์) รองรับอากาศยานขนาดใหญ่ เพราะคาดว่าจะมีปริมาณนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเพิ่มขึ้น เพื่อเดินทางมาเกาะสมุยผ่านการใช้ทางด่วนสมุยมากขึ้น

ด้านนายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. กล่าวว่า ขณะนี้ทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย ระยะทาง 37.41 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม จะเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) ในเดือน ม.ค.2569 คาดว่าจะสรุปผลการศึกษาฯ ในช่วงต้นปี 2569 โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับการทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติโครงการฯ ได้ในปี 2570 เปิดประกวดราคาปี 2571 และเริ่มก่อสร้างในปี 2572 แล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2576

นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงานครั้งนี้ จะทำให้สามารถวางระบบสายเคเบิล และท่อส่งน้ำประปาขนาดใหญ่ผ่านโครงสร้างทางด่วนได้อย่างมั่นคง และมีประสิทธิภาพลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนหลายพันล้านบาท ซึ่งการวางสายเคเบิลใต้น้ำ ระยะทาง 20-30 กม. ต้องใช้วงเงินลงทุนประมาณ 4-5 พันล้าน ขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันด้วย โดย กทพ. จะเก็บค่าใช้พื้นที่สะพานในอัตราราชการ

ขณะที่ ดร.มงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า ที่ผ่านมาเกาะสมุยเคยประสบปัญหาไฟฟ้าดับจากความเสียหายของระบบสายส่งใต้น้ำ ซึ่งมีความเสี่ยงสูง และซ่อมบำรุงได้ยาก ความร่วมมือครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้สามารถวางระบบสายส่งไฟฟ้าหลักบนโครงสร้างสะพานทางด่วนที่มีความปลอดภัย และเสถียรมากขึ้น

นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค กล่าวว่า เกาะสมุยเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสำคัญ แต่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำมาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือนี้จะเอื้อให้สามารถวางระบบท่อ ส่งน้ำประปาขนาดใหญ่ผ่านโครงสร้างทางด่วนได้อย่างมั่นคง และมีประสิทธิภาพ และรองรับการเติบโตของเกาะสมุยในอนาคต

พันเอกสรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT กล่าวว่า ปัจจุบันบางพื้นที่ยังประสบปัญหาสัญญาณไม่เสถียรจากข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐานเดิม และปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โครงการทางด่วนเชื่อมเกาะสมุยจะเอื้อให้ NT สามารถวางโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูงบนโครงสร้างสะพานที่มีความมั่นคงและปลอดภัย รองรับเทคโนโลยีอนาคต เพื่อยกระดับระบบสื่อสารของเกาะสมุยให้มีความเสถียร ทันสมัยและรองรับประชาชน และนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน.



