เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ธ.ค. ที่โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์ ได้มีพิธีรับ–ส่งศพวีรบุรุษผู้กล้า 2 นาย ได้แก่ จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน และพลทหารภาณุพัฒน์ เสาร์สา ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยไทยจากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ณ บริเวณเนิน 350 อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

พิธีดังกล่าวเป็นไปอย่างสมเกียรติชายชาติทหาร โดยมีหัวหน้าส่วนราชการทหาร ทหารผ่านศึก และกำลังพลจากหน่วยต่าง ๆ เข้าแถวทำความเคารพส่งร่างทหารกล้า ขณะที่ประชาชนชาวสุรินทร์ร่วมโบกสะบัดธงไตรรงค์ตลอดเส้นทางถนนสุรินทร์–ปราสาท พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจว่า “น้องทหารได้กลับบ้านแล้ว” เพื่อสดุดีเกียรติยศอันสูงสุดแด่วีรบุรุษผู้พลีชีพเพื่อแผ่นดินไทย

จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน ได้เคลื่อนร่างกลับสู่มาตุภูมิ ณ วัดห้วยปอ ตำบลปังกู อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีนางอุ่น คลังประโคน อายุ 79 ปี มารดา พร้อมภรรยาและบุตร เดินทางมารับร่างด้วยตนเอง ท่ามกลางความโศกเศร้า แม้คุณแม่จะมีความภาคภูมิใจที่บุตรชายได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติอย่างสมศักดิ์ศรี แต่ก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาจากความสูญเสียครั้งใหญ่ได้

ขณะที่ร่างของพลทหารภาณุพัฒน์ เสาร์สา เคลื่อนกลับสู่มาตุภูมิ ณ วัดกลางขุขันธ์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยนางพิชญ์สินี เสาร์สา อายุ 41 ปี มารดา มีอาการสงบนิ่งปนเศร้า น้ำตาคลอเบ้าจากการสูญเสียบุตรชายผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอาลัยของทั้งสองครอบครัว

ในพิธีนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีสดุดีและส่งศพทหารกล้าทั้งสองนาย ซึ่งสังกัดหน่วยทหารราบที่ 23 กองพันที่ 3 โดยมีนายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยพลตรีไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 หัวหน้าส่วนราชการ และกำลังพลค่ายวีรวัฒน์โยธิน ร่วมแสดงความเคารพและสดุดีวีรกรรมอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ มณฑลทหารบกที่ 25 ได้อำนวยการจัดขบวนเคลื่อนย้ายร่างทหารกล้าออกจากโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธินกลับสู่บ้านเกิด เพื่อประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพตามประเพณีและศาสนาต่อไป ท่ามกลางเสียงร่ำไห้และคำกล่าวจากประชาชนว่า “น้องทั้งสองทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว และได้กลับบ้านอย่างสมศักดิ์ศรีของทหารผู้เสียสละเพื่อชาติ”