ธนาคารออมสิน

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติให้ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ธนาคารออมสินจึงประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทสูงสุด 0.25% ต่อปี เพื่อช่วยลดค่าครองชีพและเป็นของขวัญปีใหม่ให้ลูกค้าของธนาคาร โดย

  • อัตราดอกเบี้ยเอ็มโออาร์ ลดลง 0.25% เหลือ 5.845% ต่อปี
  • เอ็มแอลอาร์ ลดลง 0.15% ลดเหลือ 6.175% ต่อปี
  • เอ็มอาร์อาร์ลดลง 0.10% ลดเหลือ6.195% ต่อปี โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. 68 เป็นต้นไป

“ส่งผลให้ปัจจุบันดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภทของธนาคาร ยังคงต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 6 แห่ง ส่วนดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยเดิมเพื่อรักษาประโยชน์ของผู้ฝากเงินตามภารกิจส่งเสริมการออมของธนาคาร”

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส. ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยนโยบายและช่วยบรรเทาภาระหนี้สินให้กับผู้ประกอบการ ภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและมาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกา

  • เอ็มโออาร์ เหลือ 6.125% ต่อปี
  • เอ็มแอลอาร์เหลือ  6.025% ต่อปี

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)  

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า บสย. ขานรับนโยบายรัฐบาล โดยได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย ไพรม์ เรท ลง 0.25% ต่อปี คงเหลือ 5.35% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุด และนับเป็นครั้งที่ 4 ของปี เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลมอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดภาระทางการเงินให้กับลูกหนี้ เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. 68 เป็นต้นไป

SME D Bank  

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า SME D Bank ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ลดภาระต้นทุนทางการเงิน ดังนี้ 

  • อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลดลงเหลือ 7.175% ต่อปี จากเดิม 7.325%
  • อัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดลงเหลือ 7.15% ต่อปี จากเดิม 7.20%

โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป

นายพิชิต กล่าวเสริมว่า การปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 ในรอบปี 2568 สะท้อนความตั้งใจของธนาคารในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ภัยธรรมชาติ และความผันผวนทางเศรษฐกิจ ให้สามารถประคับประคองธุรกิจต่อไปได้

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย  

นางวิมลรัตน์ ปิยสถาพรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มงานการเงิน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ไอแบงก์ขานรับนโยบายปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อทุกประเภท 0.10% เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ทั้งลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ และลูกค้าสินเชื่ออุปโภคบริโภครายย่อย ประกอบด้วย

  • การปรับอัตรากำไรสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (SPR) จากเดิม 7.65% ต่อปี ลดลง 0.10% เหลือ 7.55% ต่อปี
  • อัตรากำไรสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทสินเชื่อแบบมีกำหนดระยะเวลา (SPRL) จาก 7.80% ต่อปี ลดลง 0.10% เหลือ 7.70% ต่อปี
  • อัตรากำไรสินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (SPRR) จาก 8.05% ต่อปี ลดลง 0.10% เหลือ 7.95% ต่อปี