เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยความคืบหน้าจากการที่พรรคประชาธิปัตย์ออกแคมเปญ “ประเทศไทยไม่ทน” เชิญชวนให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางเพจของพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.นี้  ว่า ขอขอบคุณทุกคนกว่า 30,000 คนที่ช่วยกันตอบคำถามง่ายๆ ว่า “ประเทศไทยจะไม่ทนกับอะไร” ซึ่งผลของการลงคะแนนนั้นติดตามได้จากเฟซบุ๊กของพวกเราอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ตนเห็นมันมากกว่าตัวเลข คือชีวิตจริงของคนไทยวันนี้ อย่างเช่น กรณีที่มีผู้ปกครองคนหนึ่งระบุว่าไม่อยากทนผู้นำที่ทำไม่เป็น เพราะอุตส่าห์ส่งเสียลูกเรียนจนจบ สุดท้ายหางานทำไม่ได้ เพราะในประเทศไทย เส้นสายสำคัญกว่าความสามารถ และมีผู้ประกอบการรายหนึ่งบอกว่าไม่อยากจะทนกับโจรในเครื่องแบบ เพราะทุกวันนี้ต้องจ่ายเงิน 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นค่าปกป้องคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่

“หรือคุณยายคนหนึ่งซึ่งบอกว่าไม่อยากทนกับสแกมเมอร์ เพราะเก็บเม็ดเงินมาตลอดชีวิต แต่สุดท้ายคุยโทรศัพท์เพียงไม่กี่ครั้ง เงินเหล่านี้ก็หายไป มีอีกเยอะที่ส่งเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไม่อยากจะทนกับราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ หรือที่บอกว่าการศึกษาล้าหลัง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า  สิ่งที่ประชาชนสะท้อนมามากที่สุด คือ เบื้องหลังของสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด คือการทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาของการเมือง ส่วนเส้นสายที่เข้ามาทดแทนความสามารถนั้น มาจากระบบอุปถัมภ์ ขณะที่ค่าคุ้มครองหรือค่าปกป้อง สุดท้ายก็ถูกส่งส่วยกันต่อไปที่ผู้บริหารระดับสูงหรือนักการเมือง และสแกมเมอร์สามารถไปถ่ายรูปกับนักการเมืองได้อย่างแพร่หลาย ทั้งนี้ ประเทศเราใช้เงินมากมายมหาศาลกับเรื่องของสินค้าเกษตร เรื่องการศึกษา แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นอย่างนี้ ดังนั้นวันนี้ นักการเมืองต้องร่วมกับประชาชนโดยใช้โอกาสของการเลือกตั้งครั้งนี้ที่จะบอกว่าเราไม่ทน เพราะถ้าเราไม่ทำอะไร เราก็ต้องทนหายใจไปวัน ๆ