เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวติดตามความคืบหน้ากรณี น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี นักศึกษา ปวส.2 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม เข้าให้ปากคำกับ ร.ต.อ.สิทธิพล วงศ์นิโลบล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังตกเป็นผู้เสียหายจากการซื้อทองคำผ่านสื่อสังคมออนไลน์

น.ส.เอ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้พบเฟซบุ๊กโพสต์โฆษณาชักชวนให้ร่วมออมทอง พร้อมอ้างความน่าเชื่อถือว่า “+1 ส่งจริง ไม่โกง” และมีภาพทองคำรูปพรรณประกอบ จึงเกิดความสนใจ สั่งซื้อแหวนทองคำน้ำหนัก 1 สลึง และครึ่งสลึง รวม 2 วง เป็นเงิน 25,000 บาท

ผู้เสียหายได้ทยอยโอนเงินเข้าบัญชีชื่อ “น.ส.ตติยา” จนครบจำนวน แต่ภายหลังกลับไม่ได้รับทองคำตามที่ตกลง เมื่อทวงถามกลับถูกตอบในลักษณะท้าทายว่า “อยากได้ก็ไปฟ้องเอา” ก่อนจะถูกบล็อกทุกช่องทางการติดต่อ

น.ส.เอ จึงนำหลักฐานการโอนเงินเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองนครพนม ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. 68 แต่เป็นเพียงการลงบันทึกรับแจ้งความ ไม่มีการสอบปากคำเพิ่มเติม จนเวลาผ่านไปกว่า 8 เดือน คดียังไม่มีความคืบหน้า กระทั่งได้รับการนัดให้มาให้ปากคำอีกครั้งเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 68

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนแจ้งว่า จะไปพบพ่อแม่ของ น.ส.ตติยา ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองนครพนม เพื่อให้รับผิดชอบค่าเสียหาย เนื่องจากคู่กรณีตัวจริงออกไปทำงานแถวเมืองพัทยาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบยังพบว่าเฟซบุ๊กดังกล่าวยังคงโพสต์เชิญชวนให้ร่วมออมทองอย่างต่อเนื่อง

น.ส.เอ กล่าวด้วยความเสียใจว่า เงินที่โอนไปเป็นเงินที่ตนประหยัดอดออมจากการทำงานพาร์ทไทม์ ไม่อยากให้ผู้ก่อเหตุไปหลอกลวงคนอื่นอีก และเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียหายรายอื่นตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกัน

ด้าน ร.ต.อ.สิทธิพล วงศ์นิโลบล รองสว. (สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า ได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านของ น.ส.ตติยา แล้ว พบเพียงญาติผู้สูงอายุอาศัยอยู่ จึงเตรียมออกหมายเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหามาพบพนักงานสอบสวน หากไม่มาตามหมายเรียก จะดำเนินการขอศาลออกหมายจับตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.