สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สานพลังภาคีเครือข่าย เปิดงาน ThaiHealth Watch 2026 จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ปลูกอนาคตเด็กไทยด้วยสุขภาพกายใจที่แข็งแรง”

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. มุ่งสร้างความตระหนักรู้เพื่อให้คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางสุขภาพ โดย ร่วมกับภาคีเครือข่ายวิชาการทุกภาคส่วนรวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ทางสุขภาวะจำนวนมากตลอดช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและแนวโน้มทิศทางสุขภาวะของประเทศ จนกลั่นกรองออกมาเป็นประเด็นทิศทางสุขภาพที่คนไทยต้องจับตา เพื่อสื่อสารให้คนไทยได้รู้ล่วงหน้า และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 ที่กำลังมาถึง

นพ.พงศ์เทพ กล่าวต่อว่า ในครั้งนี้ สสส. อยากชวนทุกภาคส่วนหันกลับมามองสุขภาวะเด็กและเยาวชน เพราะสุขภาวะของเด็กเยาวชนก็สะท้อนสุขภาวะของประเทศเช่นกันใน 4 ประเด็น คือ “1.พลิกวิกฤตประชากรไทยด้วยการลงทุนในพัฒนาการตั้งแต่วัยแรกเริ่ม 2.อ้วนในเด็กไม่ใช่แค่เรื่องบนจานแต่คือความเคยชินที่ฝังลึกในบ้านและโรงเรียน3.คลิกแรกสู่หนี้ก้อนโต สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนเท่าทันออนไลน์ก่อนถึงคลิกที่แพงที่สุด 4.เมื่อสถิติไม่เคยโกหก ความเสี่ยงที่ผู้ใหญ่กำลังส่งต่อลูกหลานบนท้องถนน

..ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักอาวุโส สำนักสนับสนุนสุขภาวะ เด็ก เยาวชน และครอบครัวสสส. กล่าวว่า จากบริบทสังคมไทยในปัจจุบัน เด็กและเยาวชนต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน เช่น ความเปราะบางของครอบครัว ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความรุนแรงในสังคม ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการขาดพื้นที่เรียนรู้ สสส. มุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และทุกระดับ เพื่อให้ทุกครอบครัวมีศักยภาพในการเลี้ยงดูเด็กทุกกลุ่มวัยให้มีสุขภาวะ โดยขับเคลื่อนผ่านการสนับสนุนโครงการในระดับตำบลและจังหวัด สนับสนุนกิจกรรมครอบครัวและกิจกรรมเยาวชนตลอดทั้งปี อาทิ มหกรรมครอบครัวยิ้ม เทศกาลเล่นอิสระ เทศกาลปลูกสุข แคมเปญปิดเทอมสร้างสรรค์ เพื่อให้ครอบครัวสามารถดูแลเด็กทั้งมิติสุขภาวะ และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดทุกช่วงวัยได้อย่างมีคุณภาพ

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. มุ่งเน้นการดูแลคุณภาพชีวิตประชากรทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องการศึกษาและการสร้างพัฒนาการที่ดีทุกมิติ โดยที่ผ่านมา กทม. ร่วมกับ สสส. และภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาวะในเด็กมาอย่างต่อเนื่อง เพราะอยากให้เด็กเป็นเจ้าของการเรียนรู้ของเขาเอง และเป็นเจ้าของในพัฒนาการของตนเอง สำหรับ ThaiHealth Watch 2026 จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ใช้เป็นฐานข้อมูลให้หลายๆ หน่วยงานได้นำไปพัฒนาเด็กให้มีพื้นฐานที่ดีในการใช้ชีวิตและการเรียนรู้ในอนาคต ผ่านการสร้างรากฐานอย่างเป็นระบบ และสามารถนำไปปรับใช้ในบริบทของแต่ละพื้นที่ได้ในอนาคต

ThaiHealth Watch 2026 ปีนี้ สสส.มุ่งเน้นไปที่กลุ่ม “เด็กไทย” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอนาคตประเทศ เพื่อรับมือกับวิกฤตเด็กเกิดน้อยด้วยการยกระดับคุณภาพชีวิต ชี้ให้เห็นการลงทุนในรากฐานสุขภาพตั้งแต่วัยแรกเริ่ม (0-5 ปี) คือกุญแจสำคัญในการสร้างประชากรที่มีคุณภาพ