ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเสียงตอบรับล้นหลามจนเกินเป้าหมาย เมื่อพลังแห่งความร่วมมือของมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ และนักศึกษา ปนพ.3 ส่งผลให้ กว่าพันคนเข้าร่วมในโครงการหน่วยแพทย์อาสาถวายพระกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ มุ่งสืบสานพระปณิธานและขับเคลื่อนพลังแห่งการเสียสละ ผ่านการเปิด 17 คลินิกเฉพาะทาง เพื่อยกระดับสุขภาพพระภิกษุ และประชาชนอย่างครบวงจรโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ร่วมกับแพทยสภา สถาบันพระปกเกล้า สถาบันมหิตลาธิเบศร และนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ รุ่นที่ 3 (ปนพ.๓) กำหนดจัด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาถวายพระกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวชิรราชธิดา” ในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 06.00-13.00 น. ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยระดมทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จากหลากหลายสาขาลงพื้นที่ให้บริการตรวจรักษาแก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ครอบคลุมคลินิกเฉพาะทางรวม 17 จุดบริการ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองสุขภาพทั่วไป การเจาะเลือด เอกซเรย์ปอด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ไปจนถึงคลินิกเฉพาะทางด้านผิวหนัง จักษุ ทันตกรรม สุขภาพสตรี และการฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน

โครงการนี้เป็นหนึ่งในภารกิจ “เสียสละ” ของนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ (ปนพ.) ซึ่งสืบเนื่องจากแนวทางการดำเนินงานหน่วยแพทย์อาสาที่มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ร่วมกับแพทยสภาและสถาบันพระปกเกล้า ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 14 ปี ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมุ่งนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายของผู้บริหารจากหลากหลายวิชาชีพมาบูรณาการ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ลดภาระค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการเดินทางไปรับการรักษา

ทั้งนี้ ก่อนเปิดให้บริการครบทุกจุดในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 โครงการได้เปิดให้บริการคลินิกเจาะเลือด เอกซเรย์ปอด และคลินิกสุขภาพสตรีล่วงหน้าแล้วเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 เพื่อให้ผลการตรวจพร้อมแจ้งผู้เข้ารับบริการในวันจัดงานหลัก สะท้อนความตั้งใจของคณะผู้จัดงานในการดูแลสุขภาพประชาชนอย่างครบวงจรและทั่วถึง

พลอากาศเอก นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า หลักสูตรผู้นำทางการแพทย์เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันพระปกเกล้ากับแพทยสภา เพื่อสร้างผู้นำผ่านการเรียนรู้ในห้องเรียนควบคู่กับการลงพื้นที่ปฏิบัติจริง โดยโครงการครั้งนี้มุ่งดูแลพระภิกษุ ภิกษุณี และแม่ชีจากต่างประเทศกว่า 70% ของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งมีโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพได้ยาก ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของแพทย์และบุคลากรจากทั้งภาครัฐ กระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานภาครัฐอื่น และภาคเอกชน

ด้าน พันเอก นายแพทย์ภาคย์ โลหารชุน ประธานโครงการแพทย์อาสา กล่าวเสริมว่า เดิมโครงการตั้งเป้าหมายให้บริการประชาชนไว้ 500 ราย แต่ผลตอบรับดีเกินคาด โดยวันนี้มีผู้เข้ารับบริการรวมทั้งสิ้น 1037 ราย ผ่านคลินิกเฉพาะทางหลากหลายสาขา ทั้งตรวจตา เจาะเลือด กระดูกและข้อ กายภาพบำบัด ฝังเข็ม และฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ พร้อมย้ำว่าโครงการนี้จะสานต่อเป็นกิจกรรมประจำปี เพื่อให้การดูแลสุขภาพเข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง

โครงการหน่วยแพทย์อาสาถวายพระกุศลในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาสังคม ในการนำองค์ความรู้ทางการแพทย์และหัวใจแห่งการเสียสละไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล และสืบสานพระปณิธานด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืนต่อไป.