เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ นางวิลาวรรณ วงค์อนุ หรือ “เจ๊ป้อม” อายุ 44 ปี ชาว จ.พิษณุโลก เจ้าของร้านจำหน่ายก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ผัดไทย และหอยทอด ซึ่งมาเปิดร้านภายในงาน “เทศกาลอาหารอร่อย ถนนคนเดิน ถั่วแระพาชิม ของดีบางรักพัฒนา” บริเวณถนนคนเดินหน้าเทศบาลเมืองบางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ก.ค. เวลา 02.38 น. โดยคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี รูปร่างสันทัด ก่อเหตุขโมยกระเป๋าสะพายของเจ๊ป้อม ภายในมีสร้อยทองรูปพรรณน้ำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น สร้อยทองรูปพรรณน้ำหนัก 5 บาท จำนวน 1 เส้น พระหลวงพ่อมั่นเลี่ยมทอง น้ำหนักประมาณ 1 บาท จำนวน 1 องค์ พระหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม เลี่ยมทองคำน้ำหนักประมาณ 1 บาท จำนวน 1 องค์ และเงินสดอีกประมาณ 100,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 600,000 บาท
หลังเกิดเหตุผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และพยายามติดตามความคืบหน้ากับเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด แต่จนถึงวันที่ 16 ส.ค. ผ่านมาแล้วประมาณ 20 วัน ยังไม่มีทรัพย์สินกลับคืนมา หรือมีความคืบหน้าในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุที่ชัดเจน
นางวิลาวรรณ หรือเจ๊ป้อม เปิดใจทั้งน้ำตาว่า หลังถูกคนร้ายขโมยกระเป๋าสะพายที่มีทั้งเงินและทองไป ตนพยายามโทรศัพท์สอบถามความคืบหน้ากับตำรวจมาโดยตลอด แต่ล่าสุดได้รับแจ้งจากตำรวจว่าได้วางมือจากคดีดังกล่าวและแยกทีมไปทำคดีอื่น เนื่องจากยังไม่สามารถติดตามตัวคนร้ายได้ โดยเจ้าหน้าที่ระบุในทำนองว่าคนร้ายมีความชำนาญ ทำให้ยังไม่ทราบว่าหลบหนีไปทางใด
เจ๊ป้อมกล่าวว่า เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค. จนถึงวันนี้เป็นเวลา 20 วันแล้ว แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า เวลาติดต่อไปก็ได้รับคำตอบเพียงว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้รู้สึกท้อและเสียกำลังใจอย่างมาก เพราะความหวังทั้งหมดอยู่ที่ตำรวจ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาทำให้รู้สึกว่าความหวังเริ่มริบหรี่ลง

“เคยคิดว่าจะเริ่มเดินใหม่ เริ่มต้นใหม่ทุกอย่าง เพราะเราเป็นหัวเรือใหญ่ของลูกน้องและครอบครัว แต่วันนี้มันหมดแล้ว” เจ๊ป้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เจ๊ป้อมกล่าวต่อว่า ที่ยังมาทำงานในครั้งนี้ เพราะมีลูกน้องและครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ รวมถึงมีอีกหลายชีวิตที่อยู่ข้างหลัง ที่ผ่านมายังคงรอความหวังจากตำรวจ และหวังว่าจะได้รับคำตอบที่ดีกว่านี้ หรืออย่างน้อยหากได้ทรัพย์สินกลับคืนมาครึ่งหนึ่งก็ยังถือว่าเป็นความหวัง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีทรัพย์สินใดกลับคืนมา
“เงินกับทองรวมกันกว่า 6 แสนบาท ไม่มีอะไรคืนกลับมาเลย จบจากงานนี้คงต้องกลับบ้านจริงๆ แล้ว เพราะไม่มีอะไรให้ลุ้นต่อแล้ว มันหมดแล้วจริงๆ” เจ๊ป้อมกล่าว
ผู้เสียหายยังฝากถึงประชาชน หากผู้ใดเคยพบเห็นหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับชายต้องสงสัยที่มีรูปพรรณสัณฐานตามที่แจ้งไว้ ขอให้ช่วยแจ้งเบาะแสไปยัง สภ.บางบัวทอง เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมขอให้ช่วยเหลือตนอีกทางหนึ่ง เนื่องจากขณะนี้ไม่รู้ว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร
เจ๊ป้อมระบุอีกว่า วันที่ 17 ส.ค. จะเป็นวันสุดท้ายของการจัดงานที่ตนมาเปิดร้าน หากยังไม่มีความคืบหน้าหรือความหวังใดๆ คงต้องเก็บของกลับบ้าน เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นใหม่อย่างไร โดยตลอดระยะเวลา 20 วันที่ผ่านมา ต้องเผชิญกับความเครียดและความกังวลอย่างหนัก
ผู้เสียหายเล่าด้วยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับตำรวจอีกครั้งและสอบถามว่าคดีมีความคืบหน้าหรือพอจะมีความหวังบ้างหรือไม่ แต่ได้รับแจ้งว่าทีมงานได้วางมือจากคดีและแยกย้ายไปทำคดีอื่นแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่แจ้งว่า หากผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวไปก่อเหตุอื่นและถูกจับกุมได้ ทางตำรวจจะดำเนินการอายัดตัวไว้ และให้ผู้เสียหายเดินทางไปชี้ตัวต่อไป
ทั้งนี้ ผู้เสียหายยังคงหวังว่าจะมีประชาชนที่พบเห็นหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อให้คดีมีความคืบหน้าและมีโอกาสนำทรัพย์สินที่สูญหายกลับคืนมา พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป



