เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. เวลา 14.30 น. ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท กัวลาลัมเปอร์ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย  นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ แถลงผลการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน สมัยพิเศษ เพื่อหารือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ว่า  ตนได้แสดงความขอบคุณต่อมาเลเซียสำหรับการประชุมในครั้งนี้ โดยเราได้สนับสนุนการหารือในกรอบอาเซียน เพราะเป็นเรื่องที่ควรคุยกันในภูมิภาค และแสดงถึงความเป็นแกนกลางของอาเซียน ทั้งนี้ไทยมีความปรารถนาดีต่อกัมพูชามาตลอด แม้แต่ในช่วงสงครามกลางเมืองในกัมพูชา ไทยก็สนับสนุนและช่วยเหลือกัมพูชา เพื่อแก้ไขปัญหา รวมถึงเปิดชายแดน ช่วยผู้อพยพเพื่อให้มีที่พักพิง และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ เป็นการสะท้อนถึงการมีความปรารถนาดีที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติกับประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้านี้ เราได้พยายามแก้ไขปัญหาในกรอบของทวิภาคี แต่ฝ่ายกัมพูชาพยายามนำประเด็นนี้ไปสู่เวทีระหว่างประเทศในกรอบของสหประชาชาติ แทนที่จะแก้ไขปัญหาระหว่าง 2 ประเทศด้วยกัน กระทั่งมีการปล่อยเทปออกมาระหว่างการหารือ

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งนี้ถือเป็นการแก้ไขปัญหาจริงหรือไม่ หรือเป็นการบั่นทอนฝั่งไทย การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของอาเซียน และความไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างไทยกับกัมพูชา จากนั้น เราได้หารือกันเกี่ยวกับการเจรจาหยุดยิง หลังจากนั้นก็มีการประชุมที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ และมีการทำถ้อยแถลงร่วมของทั้งสองประเทศ โดยเป็นเส้นทางไปสู่สันติภาพ แต่สันติภาพต้องมาจากการปฏิบัติ และทุกข้อกำหนดในถ้อยแถลงร่วมมีความสำคัญเท่าเทียมกัน อาทิ การลดอาวุธ การกำจัดทุ่นระเบิด อาชญากรรมบริเวณชายแดน สแกมเมอร์ และการบริหารจัดการด้านการรุกล้ำอย่างไร โดยทั้ง 4 ข้อมีความสำคัญเท่าๆ กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพราะทหารไทยได้รับความเดือดร้อนมาหลายครั้งแล้ว

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า แต่หลังจากลงนามแล้ว ก็ยังมีเหตุการณ์ที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด ครั้งที่ 7 การเกิดเหตุการณ์นั้นถือเป็นการละเมิดถ้อยแถลงร่วม และคนไทยต้องการคำอธิบายที่ชัดเจนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากฝ่ายกัมพูชา โดยสถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การปะทะกันในแนวชายแดน จนถึงปัจจุบัน การที่เรามาประชุมในครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อแลกเปลี่ยนการกล่าวหาซึ่งกันและกัน เรามาเพื่อหารือและเดินหน้าต่อไปอย่างไร ฝ่ายกัมพูชาได้พูดเรื่องหยุดยิงกับทุกคน แต่ไม่เคยการพูดคุยกับไทยว่าจะทำอย่างไร การหยุดยิงจำเป็นต้องมีข้อตกลงกันว่าจะมีมาตรการอย่างไรและมีการตรวจสอบอย่างไร

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นด้วยว่าการที่เราจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงนั้นไม่ได้มาจากการประกาศเพียงอย่างเดียว หากแต่มีการหารือข้อตกลงและพูดคุยกันถึงข้อเสนอกับทหารทั้ง 2 ฝ่าย โดยเราได้บอกว่าให้ฝ่ายกัมพูชาเสนอว่าจะมีการประชุมเมื่อไหร่ ฝ่ายกัมพูชาเสนอว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ ที่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศ โดยการประชุมจีบีซีเพื่อพิจารณาว่าในสถานการณ์ใหม่นี้เราจะมีมาตรการอย่างไร ใครเป็นคนตรวจสอบ และจะมีการดำเนินการอย่างไรเพื่อให้มีการหยุดยิง จุดเริ่มต้นที่เราจะกลับไปปฏิบัติตามปฏิญญาร่วมที่กรุงกัวลาลัมเปอร์นั้น คือเราต้องมีการหยุดยิงกันก่อน

“ขอย้ำว่าการหารือในวันนี้ยึดมั่นในหลักการของการรักษาศักดิ์ศรี เกียรติภูมิ และปกป้องอธิปไตยของไทย เหตุการณ์นี้มาจากการละเมิดสิ่งที่ตกลงกันไว้กับกัมพูชาในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ยืนยันว่าเรื่องที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเป็นเรื่องที่ไทยให้ความสำคัญ และมันไม่ใช่ระเบิดข้างถนนอย่างแน่นอน” นายสีหศักดิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า แปลว่าวันนี้ยังไม่มีข้อตกลงหยุดยิง นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การหยุดยิงจะเกิดขึ้นเมื่อทั้ง 2 ฝ่ายมาคุยกัน ขณะนี้กำหนดเป็นวันที่ 24 ธ.ค.นี้ จะตกลงกันได้หรือไม่ได้ก็แล้วแต่ แต่ต้องมาหารือกันก่อน ส่วนผลการหารือจะเป็นอย่างไรนั้น ตนก็ไม่สามารถบอกได้  

เมื่อถามว่ากัมพูชาได้พูดในที่ประชุมถึงเรื่องมีความประสงค์ที่จะหยุดยิงหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า กัมพูชาพูดทุกที่ ยกเว้นพูดกับไทย ฉะนั้นไทยเสนอว่าอย่าประกาศอย่างเดียว แต่ต้องมาหารือก่อนว่าการดำเนินการหยุดยิงจะทำอย่างไร วิธีหยุดยิงที่ไทยเสนอเป็นหนทางที่สร้างสรรค์ เพื่อนำไปสู่การหยุดยิงที่แท้จริง

ผู้สื่อข่าวถามว่าใช้เวลาเท่าไหร่ก่อนการหยุดยิงจะเกิดขึ้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า จำเป็นต้องใช้เวลาเท่าไหร่ก็เท่านั้น จนกว่าจะมีการหารืออย่างครอบคลุมทุกเรื่อง

เมื่อถามว่าประเทศอื่นๆ มีส่วนเกี่ยวกับการประชุมนี้หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวเพราะเป็นการประชุมในกรอบอาเซียน เรารู้สึกชื่นชมที่หลายฝ่ายพยายามจะช่วย แต่สุดท้ายแล้วเป็นเรื่องที่ไทยและกัมพูชาจะต้องจัดการแก้ไขปัญหาร่วมกัน