เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. แถลงจับกุม นายเพชร อายุ 36 ปี พร้อมของกลางรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กส์ 160 สีดำ และตรวจยึดรถจยย.ต้องสงสัยอีก 10 คัน โดยจับกุมได้ที่บริเวณด้านข้างโกดังแห่งหนึ่งย่านพุทธมณฑลสาย 2 ซอย 24 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ
พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.68 เวลาประมาณ 19.50 น. มีผู้เสียหายคือนายจิรายุ เดินทางมาแจ้งความกับตำรวจ สน.มักกะสันว่า เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ได้นำรถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น PCX 160 สีดำ ที่เพิ่งดาวน์มาได้ 6 เดือนผ่อนไปแล้ว 6 งวด งวดละ 3,380 บาท โดยจอดรถทิ้งไว้ที่บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดิน อาร์ซีเอ บล็อก D ถ.จตุรทิศ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ต่อมาวันที่ 21 ธ.ค.เวลาประมาณ 1 ทุ่ม กลับพบว่ารถถูกคนร้ายลักไป
โดยนายจิรายุ ผู้เสียหายให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ว่า รถของตนได้ติดอุปกรณ์สัญญาณจีพีเอสเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงให้นายจิรายุ เปิดโทรศัพท์เชื่อมต่อกับสัญญาณจีพีเอส ปรากฏตำแหน่งสัญญาณอยู่ที่บริเวณด้านข้างหน้าโกดัง และนายจิรายุ ผู้เสียหาย จึงออกติดตามไปยังสถานที่ดังกล่าว เมื่อไปถึงได้ตรวจพบตำแหน่งจีพีเอสที่ติดอยู่กับตัวรถอยู่ภายในโกดังที่สร้างมุงหลังคา และกั้นด้วยแผ่นสังกะสี ตั้งอยู่ด้านข้างบริเวณกระทั่งพบตัว นายเพชร ผู้ต้องหา นั่งอยู่บริเวณดังกล่าวจึงเข้าควบคุมตัวไว้ได้

นายเพชร ผู้ต้องหาให้การว่า ตนมีหน้าที่เฝ้าและดูแลสถานที่ดังกล่าวและภายในโกดังเป็นที่เก็บรถจยย.ไว้จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบภายในโกดัง ผลการตรวจค้นพบรถจยย.ของผู้เสียหายและรถจยย.อีก 10 คัน ซึ่งเป็นรถที่ไม่มีการติดแผ่นป้ายทะเบียน มีทั้งรถใหม่และเก่า จึงตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบ เมื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับรถจยย.และเอกสารรถที่จอดอยู่ทั้งหมด นายเพชรทำทีมีพิรุธและไม่สามารถบอกรายละเอียดเกี่ยวกับรถทั้งหมดที่จอดอยู่ภายในโกดังได้
โดยนายเพชร ยังให้การเกี่ยวกับรถจยย.ของผู้เสียหายว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 21 ธ.ค.ได้มีผู้ชายอายุประมาณ 36-37 ปี ขับรถกระบะตู้ทึบจำยี่ห้อสีและทะเบียนไม่ได้ บรรทุกรถ จยย.ของผู้เสียหายมาส่งให้ตนและตนเก็บไว้ในโกดังดังกล่าว ก่อนหน้าที่ตำรวจและผู้เสียหายเข้ามา
จากการสอบถาม นายเพชร ให้การอีกว่า เจ้าของบริษัทดังกล่าวและโกดังเป็นของนายแชมป์ ซึ่งตนเป็นลูกน้องหรือลูกจ้าง ตนมีหน้าที่คอยเฝ้าดูแลสถานที่ดังกล่าว ภายหลังผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่าได้ร่วมกับพวกก่อเหตุลักรถมาแล้วกว่า 1 ปี

ด้าน พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 กล่าวว่า ขบวนการลักรถจยย.ส่วนใหญ่ในประเทศจะมีออเดอร์เพื่อส่งออกไปขายต่อยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว และกัมพูชา แต่ในอดีตจะเน้นไปที่ประเทศลาวเป็นส่วนใหญ่ แต่ในส่วนของขบวนการนี้ต้องรอสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องจึงจะสามารถชี้ชัดได้ว่าจะถูกส่งออกไปยังประเทศใด โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุจะมีรุ่นและยี่ห้อที่ต้องการคือ ฮอนด้าเวฟ เพราะเป็นที่ต้องการของตลาด ผู้ขับขี่และผู้เป็นเจ้าของจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
หลังจากนี้ตำรวจจะสืบสวนขยายผลโดยจะออกหมายเรียกเจ้าของบริษัทโลจิสติกส์มาสอบถาม ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้นพบเจ้าของบริษัทโลจิสติกส์ดังกล่าวเป็นชาวไทย ขณะนี้ตำรวจได้ติดต่อเพื่อให้เข้าพบ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน ส่วนจะเชื่อมโยงกับการจับกุมเครือข่ายลักรถจยย.อื่น ๆ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลเคยจับกุมมาก่อนหน้านี้หรือไม่อยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและรอสอบปากคำเพิ่มเติม
เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์หรือรับของโจร” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



