เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก  พล.ร.ต.สุรสันต์  คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงถึงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ว่า สถานการณ์ในห้วงที่ผ่านมายังมีการปะทะอย่างต่อเนื่อง โดยกัมพูชายิงอาวุธหนักมายังฝ่ายไทย ซึ่งมีเป้าหมายโจมตีใน จ.สระแก้ว ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ และล่าสุด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีการระดมยิงจากฝ่ายกัมพูชาเข้ามาในหลายพื้นที่ของไทย สถานการณ์จึงยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายที่เป็นพลเรือน

ด้าน พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 กองกําลังบูรพายังปฏิบัติการทางทหารอย่างเข้มข้น โดยเป้าหมายหลักยึดคืนเขตพื้นที่ของไทยใน 3 พื้นที่ คือ บ้านคลองแผง บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน ทั้งนี้ ปัจจุบันปฏิบัติการยังมีการเรียกได้ว่าปะทะกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากทหารมีการปะทะกันแล้ว พลเรือนในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วง ตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา มาจนถึงเช้าวันนี้ (23 ธ.ค.) มีการยิงเข้ามาในพื้นที่พลเรือน ทราบว่าเกือบ 200 นัด โดยกองทัพภาคที่ 1 ได้สรุปมี 51 พื้นที่ถูกโจมตี บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 40 หลังคาเรือน พลเรือนได้รับบาดเจ็บโดยตรงกว่า 7 ราย มีสัตว์เลี้ยง พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 7 พื้นที่รวมกว่า 5,800ไร่  

รองโฆษกกองทัพบก กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ภาพรวม เราควบคุมได้แล้ว หน่วยทหารในพื้นที่เร่งรัดในการสถาปนาความมั่นคงให้มีความแข็งแรง เนื่องจาก ฝ่ายกัมพูชาพยายามตีโต้ตอบยึดพื้นที่กลับคืนมีพื้นที่สําคัญที่โดนระดมยิงอย่างหนัก อาทิ ภูมะเขือ ห้วยตามาเรีย ปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือน ทั้งหมดนี้จึงบ่งชี้ว่าแม้จะมีโรดแม็พในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ไทย-กัมพูชา และแนวโน้มจะมีการหยุดยิงหรือไม่หยุดยิงอย่างไร แต่สิ่งที่เราพบอยู่ทุกวันยังคงมีการปะทะและโจมตี เมื่อมีการโจมตี สิ่งที่กองทัพบกและทุกเหล่าทัพต้องดำเนินการคือป้องกันตัวเอง โจมตีกลับเพื่อยับยั้งการโจมตีเหล่านี้