ปัญหาน้ำท่วมขังเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถในเมืองไทยหลีกเลี่ยงได้ยาก และเมื่อเกิดขึ้นแล้วสิ่งที่ตามมาคือความเสียหายที่อาจประเมินค่าไม่ได้ หากเราดูแลรักษาไม่ถูกวิธี โดยเฉพาะในช่วงหลังน้ำลดที่หลายคนรีบร้อนอยากกู้ชีพรถให้กลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด ความใจร้อนนี้เองอาจนำไปสู่ความเสียหายที่หนักหนาเกินแก้ ดังนั้นการรู้วิธีตรวจเช็กรถเบื้องต้นอย่างถูกต้อง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋า และช่วยให้รถของคุณกลับมาสภาพดีได้อีกครั้ง
ข้อห้ามสำคัญ! อย่าสตาร์ทรถทันทีหลังน้ำลดเด็ดขาด
กฎเหล็กข้อแรกที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ “ห้ามบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์” ทันทีที่น้ำลด หรือเมื่อกู้รถขึ้นจากน้ำได้ เพราะเราไม่รู้ว่ามีน้ำหลงเหลืออยู่ในกระบอกสูบหรือไม่ หากฝืนสตาร์ทจะเกิดอาการน้ำเข้าเครื่อง ทำให้ก้านสูบคด เครื่องยนต์พังเสียหายถาวร รวมถึงระบบไฟฟ้าที่เปียกชื้นอาจเกิดการลัดวงจร จนกล่อง ECU หรือระบบไฟฟ้ารวนทั้งระบบได้ ทางที่ดีควรเรียกรถสไลด์เพื่อนำไปอู่หรือศูนย์บริการจะปลอดภัยที่สุด
4 จุดต้องเช็ก ดูแลรถให้รอด ก่อนเสียหายหนักกว่าเดิม

หากระดับน้ำท่วมไม่สูงมาก หรือท่วมแค่ครึ่งล้อ คุณสามารถตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้นด้วยตัวเองได้ เพื่อประเมินสถานการณ์และจัดการปัญหาเฉพาะหน้าก่อนที่สนิมหรือเชื้อราจะลุกลาม โดยมี 4 จุดสำคัญที่ต้องรีบเช็กทันทีเมื่อรถแห้ง ดังนี้
1. ตรวจสอบระบบไฟและแบตเตอรี่ ขั้วต่าง ๆ ต้องแห้ง
เปิดฝากระโปรงรถและถอดขั้วแบตเตอรี่ออกทันทีเพื่อตัดระบบไฟ จากนั้นให้สำรวจกล่องฟิวส์ ปลั๊กไฟ และขั้วต่อสายไฟต่าง ๆ ว่ามีความชื้นหรือคราบโคลนหรือไม่ หากพบเปียกชื้นให้ใช้ลมเป่าให้แห้งสนิท หรือใช้สเปรย์ไล่ความชื้นฉีดพ่นตามจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ห้ามเปิดระบบไฟในรถจนกว่าจะมั่นใจว่าทุกจุดแห้งสนิท 100%
2. เช็กของเหลวในรถ น้ำมันเครื่อง/เกียร์ ต้องไม่ผสมน้ำ
ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ออกมาดู หากพบว่าสีของน้ำมันเปลี่ยนจากสีใสหรือสีน้ำตาล กลายเป็น “สีชาเย็น” หรือ “สีนมขุ่น ๆ ” แสดงว่ามีน้ำเล็ดลอดเข้าไปปะปนแล้ว ห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด ต้องทำการถ่ายของเหลวทิ้งทั้งหมดและเปลี่ยนไส้กรองใหม่ทันที เพราะน้ำมันที่ผสมน้ำจะสูญเสียการหล่อลื่น ทำให้เครื่องยนต์สึกหรอรุนแรง
3. ทำความสะอาดภายใน ตากพรมและเบาะให้แห้งสนิท

ความชื้นภายในรถเป็นบ่อเกิดของเชื้อราและกลิ่นอับที่กำจัดยาก หากน้ำเข้ารถควรรีบรื้อพรมปูพื้นและเบาะนั่งออกมาตากแดดให้แห้งสนิท ทำความสะอาดซักล้างคราบโคลนให้เกลี้ยง และเปิดประตูรถทิ้งไว้กลางแดดจัด ๆ เพื่อระบายความชื้นสะสมในห้องโดยสาร หากปล่อยทิ้งไว้นาน สนิมอาจกินโครงเบาะและพื้นรถผุได้
4. ตรวจเช็กระบบเบรกและลูกปืนล้อ ว่ามีเสียงดังไหม
ระบบเบรกและช่วงล่างที่แช่น้ำนาน ๆ มักเจอปัญหาสนิมจับจานเบรก หรือลูกสูบเบรกติดตาย ทำให้เบรกไม่อยู่หรือล้อล็อกได้ นอกจากนี้จาระบีในลูกปืนล้ออาจถูกน้ำชะล้างออกไป ทำให้ลูกปืนแตกหรือมีเสียงดังหอนเวลาวิ่ง ควรนำรถเข้าอู่เพื่อถอดล้างทำความสะอาด อัดจาระบีใหม่ หรือเจียรจานเบรกเพื่อความปลอดภัย
การดูแลรถหลังน้ำท่วมต้องอาศัยความใจเย็นและความละเอียดรอบคอบ หากไม่มั่นใจควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญทันที นอกจากตัวรถและเครื่องยนต์แล้ว ยางรถยนต์ก็เป็นอีกสิ่งที่อาจได้รับผลกระทบจากการแช่น้ำเน่าเสียเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้เนื้อยางแข็งกระด้างหรือเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด หากตรวจสอบแล้วพบว่ายางเริ่มหมดสภาพ หรือต้องการความมั่นใจในการขับขี่หลังผ่านวิกฤต
NEXEN TIRE คือตัวเลือกยางรถยนต์คุณภาพสูงที่พร้อมดูแลคุณในทุกเส้นทาง ด้วยนวัตกรรมยางที่ทนทาน ยึดเกาะถนนเปียกได้ดีเยี่ยม ช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล NEXEN TIRE พร้อมให้คุณเลือกเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ร้านยางชั้นนำทั่วประเทศ ศูนย์บริการ B–Quik และ MMS ทุกสาขา รวมถึงช่องทางออนไลน์อย่าง Shopee Lazada และ TikTok Shop พิเศษ! โปรโมชั่นรับประกันยางบาด บวม แตก ภายใน 1 ปี หรือ 25,000 กิโลเมตร เมื่อซื้อยาง 4 เส้น / ใบเสร็จ เมื่อลงทะเบียนภายใน 14 วัน สอบถามเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก NEXEN TIRE THAILAND



