จากกรณี กทม. จะเริ่มบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ในวันที่ 10 ม.ค. 69 โดยผู้เลี้ยงสัตว์จะต้องนำสุนัขและแมวที่อยู่ในความดูแลมาจดทะเบียนสัตว์-ฝังไมโครชิป และมีการกำหนดจำนวนการเลี้ยงสัตว์ตามพื้นที่อาศัย แต่ยิ่งใกล้วัน กลับมีเสียงคัดค้านจากประชาชนบางส่วนที่เห็นว่า เป็นการผลักภาระให้กับผู้เลี้ยงเพราะมีค่าใช้จ่ายในการฝังไมโครชิป และค่าเดินทางทั้งนำสัตว์เลี้ยงไปฝังชิปและเดินทางไปสำนักงานเขตเพื่อขึ้นทะเบียน
องค์กรจัดสวัสดิภาพจิตอาสารักษ์สัตว์ไทย นำโดยนายกิติคุณ พลวัน ประธานองค์กรฯ พร้อมภาคีเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 50 คนเดินทางมายื่นข้อร้องเรียนต่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ถึงประเด็นปัญหาของข้อบัญญัติ กทม.ในการควบคุมสัตว์เลี้ยงฉบับดังกล่าว พร้อมระบุ อาจก่อให้เกิดภาระและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติของประชาชนทั่วไป พร้อมแสดงความเห็นว่า ข้อกำหนดบางประการยังไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง อาจนำไปสู่ปัญหาที่รุนแรงกว่าเดิม จึงได้นำเสนอข้อเสนอแนะในการแก้ไข ปรับปรุง หรือทบทวนข้อบัญญัติฯ โดยแบ่งเป็นประเด็นปัญหาสำคัญ 3 ประการหลัก ได้แก่ 1.การกำหนดจำนวนสัตว์เลี้ยงตามขนาดพื้นที่ ซึ่งเห็นว่าการใช้เกณฑ์พื้นที่เพียงอย่างเดียวไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และอาจละเลยสวัสดิภาพของสัตว์

2.อุปสรรคของผู้พักอาศัยในบ้านเช่า เนื่องจากข้อบัญญัติกำหนดให้ผู้เช่าต้องได้รับหนังสือยินยอมจากเจ้าของบ้านก่อนจึงจะขึ้นทะเบียนได้ ซึ่งในทางปฏิบัติทำได้ยาก และอาจนำไปสู่การเลิกเลี้ยงหรือการปล่อยทิ้งสัตว์ และ 3.ภาระค่าใช้จ่ายและความปลอดภัยในการฝังไมโครชิป โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ที่เลี้ยงสัตว์จำนวนมาก รวมถึงข้อกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงต่อสุขภาพสัตว์ ทั้งนี้ เครือข่ายมีความกังวลว่าข้อกำหนดที่ซับซ้อนเกินไปอาจทำให้เจ้าของสัตว์เกิดความวิตกกังวลจนนำไปสู่การปล่อยสัตว์จนกลายสัตว์จรจัดในอนาคต

ขณะที่ ผู้ว่าฯ กทม. รับทราบข้อกังวลและยืนยัน กทม.พร้อมปรับปรุงการทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน โดยได้วางแนวทางการดำเนินการ ดังนี้ 1.เสนอเลื่อนการบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครฉบับดังกล่าว โดยเตรียมเสนอให้สภา กทม.พิจารณา ในช่วงเปิดสมัยประชุมสภาต้นเดือน ม.ค. 69 เพื่อขอเลื่อนการบังคับใช้ข้อบัญญัติฉบับนี้ออกไปก่อน พร้อมทบทวนเนื้อหาและเปิดโอกาสให้ประชาชนเตรียมความพร้อม 2.เน้นการทำงานเชิงรุกและให้บริการฟรี โดย กทม.จะจัดส่งทีมสัตวแพทย์เคลื่อนที่ลงพื้นที่ เพื่อให้บริการฉีดวัคซีน ทำหมัน และฝังไมโครชิปฟรีถึงชุมชนและบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง
3.เร่งปรับปรุงสวัสดิภาพสัตว์ ด้วยการพัฒนาศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) ให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น โดยเปลี่ยนแนวคิดจาก “ศูนย์ควบคุม” เป็น “บ้าน” ที่ร่มรื่น และเปิดกว้างให้ประชาชนสามารถเข้าเยี่ยมชมหรือรับเลี้ยงสัตว์ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และ 4. เพิ่มช่องทางการสื่อสาร ให้ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลสัตว์เลี้ยงหรือขอรับบริการเชิงรุกผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue หรือติดต่อฝ่ายสิ่งแวดล้อมของสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต.




