พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การเดินทางทางอากาศในช่วงเดือน ธ.ค. 2568 พบว่า ปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเดือน พ.ย.2568 โดยตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2568 เป็นต้นมา จำนวนผู้โดยสารรายวันเพิ่มขึ้นทุกวัน สะท้อนความต้องการเดินทางที่สูงขึ้นในช่วงปลายปี และใกล้เทศกาลปีใหม่ สำหรับข้อมูล ณ วันที่ 21 ธ.ค. 2568 พบว่า มีผู้โดยสารเดินทางผ่านท่าอากาศยานในประเทศไทยรวม 479,979 คน แบ่งเป็น ผู้โดยสารภายในประเทศ 208,040 คน และผู้โดยสารระหว่างประเทศ 271,939 คน ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันเมื่อปี 2562 ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คาดว่าปริมาณการเดินทางจะสูงสุดในช่วงวันที่ 27 ธ.ค. 2568 และ 4 ม.ค. 2569

พลอากาศเอก มนัท กล่าวต่อว่า ในส่วนของการเดินทางระหว่างประเทศ เส้นทางระหว่างประเทศไทย และประเทศจีนมีผู้โดยสาร 19,852 คน หรือคิดเป็น 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ขณะที่ผู้โดยสารจากประเทศอินเดียมีจำนวน 10,616 คน สูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ประมาณ 10% สำหรับการเดินทางภายในประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมืองมีผู้โดยสารสูงสุด 63,981 คนต่อวัน รองลงมาคือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 36,499 คนต่อวัน ตามมาด้วยท่าอากาศยานเชียงใหม่ และภูเก็ต ประมาณ 20,000 คนต่อวัน

พลอากาศเอก มนัท กล่าวอีกว่า ความต้องการการเดินทางที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 กระทรวงคมนาคมและ กพท. ได้ออกมาตรการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยว และเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยได้บูรณาการความร่วมมือกับสายการบิน และหน่วยงานด้านการบินที่เกี่ยวข้องในการเพิ่มที่นั่ง ลดราคาค่าโดยสาร และเตรียมความพร้อมด้านการให้บริการอย่างรอบด้าน โดยได้มีการจัดเที่ยวบินพิเศษ เพื่อเพิ่มที่นั่งรองรับความต้องการเดินทาง รวม 11,312 ที่นั่ง จำนวน 66 เที่ยวบิน ครอบคลุม 6 เส้นทางบินไป–กลับ ได้แก่ กรุงเทพฯ–กระบี่ กรุงเทพฯ–เชียงใหม่ กรุงเทพฯ–เชียงราย กรุงเทพฯ–ขอนแก่น กรุงเทพฯ–ตรัง และกรุงเทพฯ–สมุย

ขณะเดียวกันสายการบินของไทยได้ร่วมดำเนินมาตรการลดราคาค่าโดยสาร 30% จากอัตราเพดานสูงสุด รวม 36,620 ที่นั่ง 202 เที่ยวบิน ใน 11 เส้นทางบินไป–กลับ ได้แก่ กรุงเทพฯ–กระบี่, กรุงเทพฯ–เชียงใหม่, กรุงเทพฯ–เชียงราย, กรุงเทพฯ–ขอนแก่น, กรุงเทพฯ–ตรัง, กรุงเทพฯ–สมุย, กรุงเทพฯ–ชุมพร, กรุงเทพฯ–หาดใหญ่, กรุงเทพฯ–นครศรีธรรมราช, กรุงเทพฯ–สุราษฎร์ธานี และกรุงเทพฯ–ภูเก็ต

พลอากาศเอก มนัท กล่าวด้วยว่า กพท. ได้ติดตาม และกำกับดูแลราคาค่าโดยสารอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและไม่เกินอัตราเพดานที่กำหนด เนื่องจากบัตรโดยสารราคาพิเศษมีจำนวนจำกัด จึงขอแนะนำให้ประชาชนวางแผนการเดินทางและซื้อตั๋วล่วงหน้า รวมทั้งเลือกซื้อตั๋วโดยตรงจากสายการบิน เพื่อให้สามารถตรวจสอบเงื่อนไข ค่าโดยสาร และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน จากการติดตามพบว่าผู้ที่วางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้ทำการซื้อตั๋วราคาถูกไปมากแล้ว โดยในบางเที่ยวจะเหลือตั๋วที่มีราคาในระดับปานกลางอยู่ อย่างไรก็ตามหากประชาชนสามารถปรับการเดินทางได้ก็สามารถเลือกหาตั๋วในวันอื่นที่ราคาถูก หรืออาจปรับไปใช้บริการสนามบินใกล้เคียงที่อาจได้ราคาที่ดีกว่าได้

ทั้งนี้ขอให้ผู้โดยสารติดตามข่าวสารจากสายการบินอย่างใกล้ชิดในกรณีที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงวัน เวลา หรือยกเลิกเที่ยวบิน รวมถึงศึกษาสิทธิของผู้โดยสารในกรณีเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก นอกจากนี้ยังขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางไปสนามบินเนื่องจากมีผู้เดินทางในช่วงเดียวกันเป็นจำนวนมาก หากพบข้อขัดข้อง ข้อร้องเรียน หรือพบการจำหน่ายบัตรโดยสารเกินราคาเพดาน สามารถแจ้งได้ที่เว็บไซต์ complaint.caat.or.th