เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 68 ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ประชาชนจากพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นับพันคน ยังคงอาศัยพักพิงอยู่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 19 แม้ทุกคนต่างมีความประสงค์จะเดินทางกลับบ้าน แต่ยอมอดทนรอเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนให้เรียบร้อยก่อน แม้จะไม่สามารถกลับไปฉลองเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงกับครอบครัวได้ก็ตาม
นางบุญโฮม จำปาคำ อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 177 หมู่ 1 บ้านรุน ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงเป็นเวลา 19 วันแล้ว ยังไม่ทราบว่าสภาพบ้านเรือนและสัตว์เลี้ยง เช่น หมู หมา ไก่ จะเป็นอย่างไรบ้าง อยากให้สถานการณ์ยุติโดยเร็ว เพราะไม่สามารถกลับไปทำมาหากิน ทั้งการขุดมันสำปะหลังหรือหาเห็ดตามปกติได้
นางบุญโฮม กล่าวว่า ขอฝากกำลังใจไปถึงเจ้าหน้าที่ทหารทุกนาย ขอให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างปลอดภัย พร้อมยอมรับว่าคนในพื้นที่ชายแดนลำบากในการดำรงชีวิต แต่ก็เข้าใจภารกิจของทหาร ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความสูญเสียจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นจำนวนมาก ส่วนช่วงเทศกาลปีใหม่ ตนไม่กังวลที่จะไม่ได้ฉลองกับครอบครัว เพราะเห็นว่าทหารเองยังต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างหนัก พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวทหารที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะ และขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ

นางบุญโฮม ยังกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ว่า ส่วนตัวยังไม่เชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้ง่าย พร้อมสะท้อนความรู้สึกของประชาชนชายแดนที่ต้องการให้ปัญหายุติอย่างถาวร เพื่อจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
ขณะที่สถานการณ์ชายแดนด้าน จ.สุรินทร์ บริเวณปราสาทตาควาย เนิน 350 ช่องกร่าง และปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก ตั้งแต่ช่วงเช้าประมาณ 07.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารไทยตรวจพบทหารกัมพูชาเสริมกำลังเข้าประชิดแนวชายแดน จึงได้ใช้อาวุธปืนใหญ่ยิงสกัดกั้นและกดดันในพื้นที่เป็นระยะ พร้อมมีการยิงปืนเล็กปะทะกันเป็นช่วงๆ
ต่อมาในช่วงเที่ยงวัน เสียงปืนใหญ่และการปะทะได้สงบลง และยังคงเงียบจนถึงเวลาประมาณ 15.30 น.
มีรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทหารกัมพูชายิงปืนใหญ่มาตกในพื้นที่บ้านหนองจูบ ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก ประมาณ 7-8 นัด แต่ไม่ถูกบ้านเรือนประชาชน และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะเดียวกัน ทหารไทยสามารถยิงทำลายรถยิงจรวด BM-21 ของทหารกัมพูชาได้อีก 1 คัน
ส่วนสถานการณ์บริเวณชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ยังไม่พบว่าทหารกัมพูชายิงจรวด BM-21 เข้ามาในพื้นที่ โดยส่วนใหญ่เป็นการยิงปืนใหญ่ของฝ่ายไทย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการเป็นครั้งคราว



