เมื่อวันที่ 27 พ.ค. นายคริษฐ์ ปานเนียม อดีต สส.เขต 1 จ.ตาก พรรคประชาชน เปิดเผยความคืบหน้าของคดีความว่า คนออกโฉนดที่ทับป่าชุมชน บ้านหนองกระทุ่มหมู่ที่ 6 ต.โป่งแดง อ.เมือง จ.ตาก ซึ่งเป็นของทางราชการ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 (ตาก) ดูแลอยู่ ต้องเอาคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายกรณีที่ออกโฉนดครุฑแดงทับที่ป่าชุมชน จำนวน 17 แปลง รวมเนื้อที่ว่า 1,056 ไร่ โดยนายทุนออกโฉนดเฉพาะในเขตป่าชุมชน แต่เขตรอบข้างไม่มีการออกเอกสารสิทธิแต่อย่างใด
เรื่องนี้ตนได้ยื่นหนังสือต่อกรมที่ดิน อีกทั้งทางจังหวัดก็ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการออกโฉนดไปที่กรมที่ดิน กรุงเทพมหานคร เรื่องอยู่ในระหว่างการพิจารณาแต่ยังไม่แล้วเสร็จ ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ส่วนทางชาวบ้านหนองกระทุ่มหมู่ 6 ก็ไม่คัดค้านที่ทางกรมที่ดินจะเพิกถอนกรรมสิทธิ์ เพราะชาวบ้านเห็นว่าเป็นการผิดกฎหมายออกโฉนดโดยไม่ชอบทับที่ป่าชุมชน จึงไม่ขอคัดค้านใดๆ เพราะกลัวผิดกฎหมาย และในวันศุกร์นี้ ทางกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะลงพื้นที่มาตรวจสอบป่าชุมชนที่บ้านหนองกระทุ่ม ต.โป่งแดง เพื่อขอคืนพื้นที่ดังกล่าวให้กลับมาเป็นป่าชุมชนเหมือนเดิม
คนร้ายขู่ฆ่า ‘อดีตสส.พรรคประชาชน’ แฉแก๊งออกโฉนดทับที่ป่าชุมชน จ.ตาก
ตนได้ติดตามเรื่องนี้มานาน ได้ช่วยเหลือชาวบ้านมาโดยตลอด เพื่อให้ได้พื้นป่าชุมชนกลับมาเป็นของชาวบ้านเหมือนเดิม แต่ก็พบอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าเป็นความล่าช้าในการพิจารณาของภาครัฐ ต้องผ่านหลายขั้นตอนจนไปถืงอธิบดี และกลุ่มนายทุนที่ขู่ฆ่าคุกคามเอาชีวิต แต่ก็ไม่ย่อท้อ ต่อสู้ต่อไป หากการทวงผืนป่าชุมชนเป็นผลสำเร็จ ชาวบ้านก็จะได้ประโยชน์มากมาย ได้แหล่งทำกินกลับคืนอีกครั้ง โดยชาวบ้านหนองกระทุ่มจะเป็นเจ้าของทุกคนช่วยกันดูแลและช่วยกันรักษา ให้กลับมาเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านจะได้อาศัยเป็นแหล่งทำมาหากิน หาของป่าขายตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น เก็บเห็ดโคน หาหน่อไม้ จับอึ่งขายสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน โดยเฉพาะฤดูเห็ดโคนออก ชาวบ้านเก็บเห็ดขายจะมีรายได้รายละกว่า 1,000 บาทต่อวัน จนหมดฤดูกาลเห็ดออก ชาวบ้านจะมีรายได้มากสุดคนละ 2-3 หมื่นบาท ถือว่าเป็นรายได้เป็นกอบเป็นกำ

ชาวบ้านหนองกระทุ่ม เป็นชนบทห่างไกลจากตัวเมืองตาก ประสบปัญหาภัยแล้งหลายปีต่อเนื่อง ทำการเกษตร ทำไร่ไถนา และเลี้ยงสัตว์ ฝ่าวิกฤติภัยแล้งด้วยความยากลำบาก ทำนาต้องรอฟ้ารอฝน บางปีฝนแล้งต้องซื้อข้าวกิน ชาวบ้านส่วนใหญ่ฐานะยากจน ออกหาของป่าขาย มีรายได้ยังชีพไปวันๆ ในพื้นที่ป่าชุมชน ด้วยความถูกต้องตามกฎหมาย และชาวบ้านยังช่วยกันดูแลรักษาผืนป่า รอเวลาให้ป่าชุมชนกลับมาเป็นของชาวบ้านใช้ประโยชน์ส่วนรวมเหมือนเดิม ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ต้องรอคำสั่งจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง อนุมัติในการเพิกถอน แต่ยังไม่ทราบว่าจะอนุมัติเมื่อไร
“งานนี้ต้องเอาคนกระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้จงได้ ขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้อำนาจ ใช้กฎหมาย อย่างเป็นธรรม ตั้งแต่คนอนุญาตออกโฉนดครุฑแดง คนรังวัด คนตัดไม้ทำลายป่า คนทำลายป้ายป่าชุมชนเป็นทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย เพราะไม้ที่ตัดไปไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ ดังนั้นจะต้องมีคนรับผิดชอบ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป” อดีต สส.พรรคประชาชน กล่าว
ต่อมา นายคริษฐ์ ได้เดินทางมาให้ข้อมูลกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองตาก กรณีถูกขู่ฆ่าจากการออกมาเรียกร้องดังกล่าว ได้ระบุว่า เมื่อวานนี้ ทาง สภ.วังประจบ ก็ประสานมาเอาข้อมูลมาให้ ช่วงที่มีปัญหาเรื่องการถูกข่มขู่นั้น ทาง สภ.วังประจบ ส่งตำรวจมาร่วมลงพื้นที่ติดตามด้วยกันเสมอ ผมปลอดภัยดี และขอขอบคุณผู้หวังดีที่ส่งข้อมูลมาให้ทุกคน
“แน่นอนผมถูกข่มขู่จริง โดยใช้คำว่าเดินทางไปสภาบ่อยๆ ทุกอาทิตย์ ระวังจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ นะ ระวังตัวเถอะมึงซ่านัก หรือ ลูกปืนเดี๋ยวนี้หาง่ายราคาถูก ให้ระวังตัวไว้ เชื่อว่าผู้ฟังก็เดาได้ไม่ยากว่าเป็นคนกลุ่มใด ที่ได้และเสียผลประโยชน์ในเรื่องนี้ ผมมิได้เกรงกลัวในสิ่งใด หากพี่น้องประชาชนสู้ ผมอยู่ด้วยเสมอ” นายคริษฐ์ ระบุ.



