เมื่อวันที่ 26 ก.ค. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ตามที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ได้ประกาศเกียรติภูมิของประเทศไทยบนเวทีโลก เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของประเทศ หลังจากนี้เชื่อว่าประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศจะแห่กันมาเที่ยวที่นี่ แน่นอนว่าจะทำประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม กรมศิลปากรยังคงจะทำหน้าที่ดูแลบูรณะวัดพระมหาธาตุฯ ร่วมกับ จ.นครศรีธรรมราช จัดมาตรการในเรื่องของการดูแลรักษาให้เป็นไปตามเกณฑ์ของยูเนสโก รวมถึงการก่อสร้างอาคารร้านค้าใหม่ ซึ่งทั้งหมดจะต้องไม่ลดทอนคุณค่าของวัดมหาธาตุฯ

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้นับว่าเป็นเวลา 3 ปีต่อเนื่องกันแล้วที่เราได้มรดกโลก หวังว่าปี 2570 จะมีข่าวดีเช่นนี้อีก ซึ่งตามกรอบเวลาจะเสนอ เมืองเชียงใหม่ ที่ได้รับการบรรจุอยู่ในบัญชีรายชื่อชั่วคราว (Tentative List) ของยูเนสโก (UNESCO) มาตั้งแต่ปี 2558 เข้าสู่การพิจารณา และยังมีอีกหลายแห่งที่ขึ้นบัญชีรายชื่อชั่วคราวไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของวัดพระมหาธาตุฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น และจะช่วยกันดูแลรักษาวัดพระมหาธาตุฯ และพระบรมธาตุให้มีความโดดเด่น เพื่อสืบสาน รักษา สืบทอดยังลูกหลานต่อไป

นายพนมบุตร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง วัดพระมหาธาตุฯ ที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก กรมศิลปากรได้เปิดห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวร ห้องพระมหาธาตุแห่งเมืองนครศรีธรรมราช ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช เนื่องในโอกาส 100 ปี วันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 5 ธ.ค. 2570 โดยได้จัดทำโครงการปรับปรุง พัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2517 ถือเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งแรกในภาคใต้ กรมศิลปากรจึงได้พัฒนาและเพิ่มศักยภาพพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช จัดสร้างห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวร ห้องพระมหาธาตุแห่งเมืองนครศรีธรรมราช นำเสนอและถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับวัดพระมหาธาตุฯ ผ่านสื่อจัดแสดงที่ทันสมัยและสวยงาม เพื่อสืบสาน สร้างสรรค์ ต่อยอดมรดกศิลปวัฒนธรรมในฐานะแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นกับชุมชนในท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นการร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสที่วัดพระมหาธาตุฯ ได้รับการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ