นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) มีมติช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทย – กัมพูชา ซึ่งมีพื้นที่ปลูกอ้อยครอบคลุมแนวพื้นที่ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และสระแก้ว รวมเป็นพื้นที่ปลูกอ้อยมากกว่า 260,000 ไร่ ซึ่งจะกำหนดขอบเขตพื้นที่ปลูกอ้อยที่ได้รับผลกระทบอีกครั้ง หลังสถานการณ์สิ้นสุดลง โดยเป็นพื้นที่ปลูกอ้อยส่งเสริมของโรงงานน้ำตาลสุรินทร์ โรงงานน้ำตาลและอ้อยตะวันออก และโรงงานน้ำตาลนิวกว้างสุ้นหลี

สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือ มี 3 ระยะ มาตรการระยะสั้น เร่งด่วน คณะทำงานกำกับดูแลการเก็บเกี่ยวอ้อยในพื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับโรงงานน้ำตาล และสถาบันชาวไร่อ้อยในพื้นที่ เพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่และรวบรวมข้อมูลพื้นที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบ และมีความเสี่ยงว่า ยังคงมีระเบิดตกค้างอยู่ในพื้นที่ รวมทั้งให้โรงงานน้ำตาลจัดทำแผนการรับอ้อย

ส่วนมาตรการระยะกลาง ช่วยเหลือ เยียวยา กรณีเข้าพื้นที่ เพื่อตัดอ้อยออกจากแปลงได้ ประสานหน่วยงานความมั่นคงเพื่อสแกน และตรวจสอบพื้นที่จนมั่นใจในความปลอดภัย จึงให้เข้าพื้นที่เพื่อตัดอ้อยได้ และเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดขอให้เผาอ้อย เพื่อเคลียร์พื้นที่ และมองเห็นสิ่งตกค้างอยู่ในแปลงอย่างชัดเจนก่อนตัดอ้อย โดยผ่อนปรนให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ดังกล่าว

กรณีไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อตัดอ้อยออกจากแปลงได้ หน่วยงานความมั่นคงแจ้งเสี่ยงเกินกว่าที่จะเข้าพื้นที่ได้ ให้เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ขอรับความช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยต่อกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเสนอต่อรัฐบาลเพื่อขอรับความช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) รวมถึงขอความร่วมมือโรงงานน้ำตาลลดหย่อนดอกเบี้ย หรือพักการชำระหนี้ ให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ได้รับผลกระทบ และประสานกับ ธ.ก.ส. เพื่อขอการผ่อนผัน พัก ขยายระยะเวลาการชำระหนี้สิน ให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยฯ ปี 68 – 70  และใน 3 ระยะก่อนหน้านั้น

ขณะที่มาตรการระยะยาวฟื้นฟู กรณีที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ไม่สามารถเข้าพื้นที่ตัดอ้อยได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ขอรับพันธุ์อ้อยจากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้ และดำเนินการอบรมให้ความรู้แก่เกษตรชาวไร่อ้อยเพื่อฟื้นฟูพื้นที่

“สอน. ขอให้เกษตรกร และโรงงานในเขตที่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ปฏิบัติตามข้อแนะนำของฝ่ายความมั่นคงอย่างเคร่งครัด ซึ่งบอร์ดกอน. ได้เคาะแนวทางการช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว และสอน.จะเร่งดำเนินการตามแนวทางต่อไป ขอให้วางแผนการเก็บเกี่ยวอ้อยและรับอ้อยเข้าหีบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นลำดับแรก”