
“ศิริกัญญา ตันสกุล” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน
เรียกประชุม ครม.นัดพิเศษ
ต้องเปิดการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจ นอกจากนี้จะพยายามหาทุกวิธีทาง เพื่อให้มีมาตรการออกมาช่วยเหลือประชาชน ซึ่งไม่ใช่มีแค่ช่วยกระตุ้นระยะสั้นชั่วครั้งชั่วคราว หลังจากนั้นคงจะต้องไปพูดคุยกันต่อในเรื่องของการจะทำอย่างไรให้ส่วนราชการทำงานได้อย่างคล่องตัว และตอบสนองความต้องการของประชาชนให้มากขึ้น เปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นดิจิทัล เอาเครื่องมือเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการของหน่วยราชการที่ดีขึ้น มีความทันสมัยมากขึ้น และประหยัดเวลาประหยัดต้นทุนให้กับประชาชนมากขึ้นด้วย

“ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย
เริ่มทันที
เข้าไปที่ทำงานก่อน ดูแลทีมงานทั้งหมด และเริ่มแบ่งงานทันที อย่างแรก คือ แบ่งการบริหารจัดการภายใน และอย่างที่สองดูว่าใครเหมาะสมกับการทำงานในตำแหน่งไหน ความจริงเราอยากมีเสถียรภาพ ขณะเดียวกันหากมีความจำเป็นต้องร่วมมือ เราจะดูว่านโยบายของพรรคไหนที่เหมาะกับเรา ซึ่งตรงนี้อาจต้องคิดไว้ก่อนเบื้องต้น และต้องพูดคุยกันว่า เราสามารถทำอะไรได้บ้าง หลังจากนั้นจะลงรายละเอียดไปที่แต่ละกระทรวงว่ามีงานอะไรบางอย่างที่เหมือนกับสิ่งที่เราจะทำอยู่แล้ว ตรงนี้เราสามารถร่วมกันได้ก่อน เป็นการวางแผนกันก่อน
“เราเริ่มทำงานได้เลย สิ่งที่เรามีอยู่แล้วในนามของพรรคเพื่อไทย คือสิ่งที่เคยทำมาแล้วนโยบาย และนโยบายที่เกือบออกไปตรงนี้ ต้องเช็กกันว่าถึงระดับไหนแล้ว สุดท้ายเริ่มเดินทางไปเจอกับพี่น้องประชาชน เริ่มไปดูว่าแต่ละคนต้องการอะไรบ้าง การทำงานข้างใน และทำงานข้างนอก ต้องทำให้สมดุลกัน”

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์
สร้างการเมืองสุจริต แก้เศรษฐกิจติดหล่ม
ผมตั้งใจว่าจะนำพาประเทศให้เปลี่ยนทิศทางจากสภาพปัจจุบันที่มีปัญหา ทั้งเรื่องการเมืองที่ไม่สุจริต ปัญหาเศรษฐกิจที่ติดหล่ม และปัญหาความยุติธรรมซึ่งหดหายไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขทั้งระบบ โดยเริ่มต้นจากการผลักดันให้เรื่องความสุจริตกลับมา ตั้งแต่การเมืองที่ต้องมีกระบวนการที่โปร่งใส และทำให้รัฐบาลทำงานให้กับประเทศชาติ โดยยึดประโยชน์ส่วนรวมร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีผลประโยชน์อื่นแอบแฝง รวมถึงต้องปรับทิศทางของเศรษฐกิจ โดยเร่งสร้างเครื่องยนต์ใหม่ที่จะต้องอิงกับโลกของอนาคต นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล หรือเศรษฐกิจสีเขียว สิ่งเหล่านี้ถือเป็นธงสำคัญในการต้องผลักดันนโยบายรองรับการเติบโตของประเทศ และหากทำได้เช่นนี้ เศรษฐกิจและบ้านเมืองจะมีความมั่นคงมากขึ้น พร้อมทั้งผลักดันให้ประเทศไทย กลับไปมีบทบาทสำคัญในระดับภูมิภาคและระดับโลก

“สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยก้าวใหม่
ผ่าตัดประเทศไทย
สิ่งแรกที่ผมจะทำ คือเข้าทำเนียบรัฐบาล เปิดห้องผ่าตัดประเทศไทยทันที เพราะประเทศไทยมีทรัพยากร มีคนเก่ง มีความรู้ความสามารถ มีข้อมูล มีทุกอย่างครบถ้วน แต่ไม่มีผู้นำที่กล้าจะผ่าตัด ทั้งการผ่าตัดโครงสร้างราชการ และผ่าตัดเศรษฐกิจ ดังนั้น ผมเชื่อว่าเมื่อเรามีอุปกรณ์พร้อม ข้อมูลพร้อม ผู้เชี่ยวชาญพร้อม เพื่อผ่าตัดเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ เปลี่ยนโครงสร้างทางด้านการศึกษา เปลี่ยนโครงสร้างในการจัดการภัยพิบัติ และจัดการเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด นี่คือสิ่งที่จะทำในวันแรก คือการเปิดห้องผ่าตัด โดยอาศัยความกล้า ความรู้ และความเป็นมืออาชีพ เพื่อผ่าตัดให้ประเทศไทยหายป่วยจริงๆ เสียที
“การจะเป็นหมอผ่าตัด ต้องใช้หมอมืออาชีพ ผมและสมาชิกพรรคไทยก้าวใหม่ ล้วนเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพนั้นๆ มาก่อน เรามีวิศวกรด้าน AI คนแรกๆ ของประเทศไทย มีหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่เคยทำด้านตลาดทุนและโครงการอีอีซี รวมถึงมีผู้ที่มีความรู้ด้านการศึกษา เราจึงพร้อมผ่าตัดประเทศไทยให้กลับมาแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ต้องผ่าตัดการเมือง ต้องผ่าตัดนักการเมืองที่โกงหรือกินเงินจากทุนเทา ทุนดำ เพื่อไม่ให้การเมืองเป็นเรื่องของการใช้เงินหรือกระสุนเข้ามาตัดสิน มิฉะนั้นคนดีๆ จะไม่กล้าเข้ามาทำงานการเมือง”

“คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย
ปราบโกง-สางหนี้ประชาชน
การทุจริตเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นบ่อเกิดของทุกปัญหา ทั้งปัญหาความยากจนของประชาชน ปัญหาหนี้สินของประชาชนและประเทศชาติ อีกทั้งเป็นอุปสรรคฉุดรั้งประเทศไทยให้ล้าหลัง วันนี้สิ่งที่ต้องลุกขึ้นมาทำอย่างเด็ดขาดและจริงจัง คือการขจัดทุจริต ล้างบางคนชั่วออกไปให้หมด จึงเป็นสิ่งแรกที่จะทำ และสิ่งที่ทำมาตลอดชีวิตนั้น คือไม่โกง และจะไม่ปล่อยให้คนอื่นมาโกงบ้านเมือง ถ้าได้มีอำนาจเมื่อไหร่ จะแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก และตราบใดที่ข้าราชการทุจริต นักการเมืองทุจริต นั่นแหละจึงเรียกได้ว่าทำงานให้เกิดผลประโยชน์เพื่อตนเองทั้งนั้น และประชาชนไม่ได้รับอะไรเลย อนาคตประเทศจะไม่เหลือ และอนาคตลูกหลานของเราข้างหน้าก็จะไม่เหลือเช่นกัน เพราะจะเต็มไปด้วยการโกงกิน ยืนยันจะล้างบางคนโกงให้หมดไปจากประเทศไทยให้ได้

“พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” แคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ
ลดค่าครองชีพ
อันดับแรกผมจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นและง่ายขึ้น เริ่มต้นจากการลดราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้าตามครัวเรือน ตรึงราคาแก๊สหุงต้มไม่ให้ขึ้นราคา และลดภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ไม่จำเป็น รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ไม่จำเป็นของประชาชนลง ทั้งเรื่องดอกเบี้ย และเงินกู้ต่างๆ ที่เป็นภาระนอกระบบ โดยตนจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนด้วย ขณะเดียวกัน จะต้องทำให้สังคมมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และลืมไม่ได้ คือ เราต้องยึดคืนดินแดนไทยกลับมาให้หมดด้วย

“จตุพร บุรุษพัฒน์” แคนดิเดตนายกฯ พรรคโอกาสใหม่
แก้ปัญหาให้ประชาชน
สำหรับ “จตุพร บุรุษพัฒน์” อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ทิ้งเก้าอี้ซี 11 ขึ้นแท่นไปรับตำแหน่งรมว.พาณิชย์ ในยุครัฐบาลของ “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี และในวันนี้ลงสนามการเมืองเต็มตัวครั้งแรก ด้วยการนั่งเป็น “หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่” ที่รวบรวมสมาชิกจากข้าราชการสายปกครอง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรฯ ถิ่นเก่า มาทำพรรคการเมืองทางเลือกให้ประชาชน พร้อมเสนอตัวลงชิงตำแหน่งผู้นำประเทศไทย
หากตื่นเช้ามาแล้ว พบว่าตัวเองได้เป็นนายกรัฐมนตรี สิ่งที่แรกจะทำ คือ ขอบคุณประชาชน เนื่องจากพวกเราคงไม่สามารถมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ถ้าไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน การเป็นนายกรัฐมนตรีคือการทำงานให้พี่น้องประชาชน ซึ่งผมอาจจะตื่นเต้นบ้าง แต่ขอยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือตำแหน่งใดก็ตาม เราจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด และคำนึงถึงสิ่งที่ประชาชนต้องการ และจะแก้ปัญหาเพื่อประชาชนให้ได้มากที่สุด.



