กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าทำเอาคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนเก่งอย่าง “โบว์ แวนดา” ถึงกับนั่งไม่ติดหลังเจอดราม่านักวิชาการร่ายยาววิจารณ์การสอนลูกชาย “น้องเจย์ DICE” กรณีที่แม่โบว์เคยไลฟ์เล่าว่าสอนลูกให้พูด “ครับๆๆ” ไปก่อนเพื่อเลี่ยงการปะทะกับคุณตา ส่วนจะทำตามหรือไม่ให้พิจารณาและรับผิดชอบเอง งานนี้แม่โบว์ขอไม่อยู่เฉย ออกมาไลฟ์สดฟาดกลับแบบจุกๆ ถึงพวกดีแต่เขียนตำราแต่ไม่เคยใช้ชีวิตจริง

แม่โบว์ชี้แจงชัดเจนว่า “ไม่ใช่ว่าเราจะให้ลูก ครับ / ไม่ครับ แล้วมันผ่านไปค่ะทุกคน จริงๆ การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมันไม่ได้ง่ายกับการที่คุณมานั่งเขียนหนังสือเพราะว่าการเป็นแม่ที่ใช้ชีวิตจริงๆ มันยากกว่าการที่จะมานั่งแล้วเปิดหนังสือแล้วเขียนเป็นตัวอักษรสวยๆ แล้วต้องเป็นหลักข้อที่1 2 3 4 แล้วเอาข้อ 1 ถึง 10 มายัดเยียดใส่คนในครอบครัวและความรู้สึกของคนในครอบครัวของโบว์ ตราบใดที่เรายังใช้ชีวิตที่เป็นแม่ที่อยู่ในพื้นฐานของความเป็นแม่ที่ดี และรู้จักว่าควรทำหรือไม่ควรทำอะไร โบว์จะใช้ความรู้สึกในการใช้ชีวิต”

“เวลาคุณจะป้อนนมลูก คุณต้องไปเปิดหนังสือก่อนป่ะ เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งกินลูก หิวรอก่อน เดี๋ยวแม่ขอดูก่อนว่าองศาในการป้อนนมต้อง 45 หรือ 90 องศา คุณไม่เรียนรู้กับลูกคุณเลยเหรอว่าลูกคุณเป็นแบบไหนถนัดแบบไหน ลูกคุณถนัด 45 องศา แต่คุณไปเปิดหนังสือบอกว่า 90 องศา ไม่ได้ถึงลูกจะชอบ 45 องศาก็ไม่ให้กิน 45 องศาหรอก จะป้อน 90 องศาตามหนังสือที่เขาบอกว่าทำแล้วมันจะดี”

“ไม่ต่างอะไรกันเลยถ้าครอบครัวเรามีความสุขในรูปแบบนี้ แต่ตัวแม่ยังยึดหลักวิชาการในหนังสือว่าจะต้องทำแบบนี้ๆ แล้วก็เอาหลักวิชาการในหนังสือมายัดเยียดใส่ครอบครัวของเรา โบว์ถามหน่อยว่าความสุขของครอบครัวมันจะเกิดขึ้นได้ยังไง ถามว่าเรื่องที่เจย์ครับๆๆ แต่รู้ไหมหลังบ้านเขาก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น หลังบ้านเขาก็รับผิดชอบอะไรในหลายอย่าง แต่ถามว่าเราต้องมาร่ายหมดทุกอย่างมั้ย”

“อาจจะเป็นแม่โบว์เองที่พลาดมาเล่าเรื่องครับ/ไม่ครับให้ฟัง แล้วคนที่มาวิจารณ์เป็นนักวิชาการก็ร่ายยาว 2 หน้ากระดาษ บางครั้งชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายเหมือนกับการที่เรานั่งเขียนหนังสือหรอกนะคะ เพราะฉะนั้นหนังวิชาการท่านใดที่เห็นคลิปสั้นๆ อย่าตัดสินคนค่ะ ในสิ่งที่คุณคิดแล้วบรรยายลงหนังสือเป็นตัวหนังสือที่สวยงาม หลักข้อคิดมีได้ แต่ไม่ใช่มาทำร้ายคนอื่นแบบนี้”

“หลักวิชาการเคยเขียนบ้างมั้ยคะว่าเราจะต้องให้เกียรติคนอื่น และควรทำความเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น และรู้ว่าที่มาที่ไปของเขายังไง เราถึงเขียนวิจารณ์เขาได้ มีมั้ยคะในคู่มือ ถ้าคลิปวิดีโอสั้นๆ มันไปทำให้นักวิชาการท่านได้เขียนวิจารณ์แล้วไปกระทบกับความรู้สึกเด็กๆ แม่ก็ขอโทษ”

“น้องที่ไปตัดคลิปแม่ ไม่ต้องเครียดเลย แม่เข้าใจจุดประสงค์ว่าเอาคลิปที่แม่ไลฟ์สดไปตัดเป็นช็อตๆ แม่เข้าใจหมดเลยว่าหนูมีความรักและชื่นชอบในตัวเจย์และสมาชิก DICE ทุกคน แล้วจุดประสงค์ของหนูก็ไม่ได้คิดไปอะไรขนาดนั้น แต่ดันซวยที่ท่านที่มีองค์วามรู้เยอะมากแล้วก็มาโชว์ศักยภาพความรู้ในคลิปนั้น”

“โดยที่เขาอาจจะลืมไปว่าศักยภาพความรู้ของเขาพอให้ความคิดเห็นลงไปเนี่ยมันมีผลกระทบต่อความรู้สึกต่อของแม่ เพราะมีคนด่าแม่แน่นอน แต่เขาก็เลือกที่จะทำพื้นที่นี้ แม่ถึงบอกว่าให้คุณเก่งมีความรู้ยังไง อย่างน้อยคุณต้องเข้าใจในเรื่องของมารยาทและให้เกียรติคนในสังคมด้วย”

“ความเก่ง ความรู้ ความสามารถของคุณ สามารถที่จะไปใช้ในพื้นที่ของคุณก็ได้ คุณไม่ต้องยกเคสนี้โดยที่คุณไม่รู้เลยว่าเขาสอนลูกยังไง ครอบครัวเขาอยู่กันแบบไหน แล้วทำไมเขาถึงบอกให้ลูกเขาครับหรือไม่ครับ แล้วหลังจากนั้นเขาไปสั่งสอนกันยังไงต่อคุณไม่รู้เลย”

พร้อมเขียนแคปชั่นบอกว่า “ถ้าคลิป 2 นาทีที่ทุกคนเห็น สร้างความไม่สบายใจต่อความรู้สึกของใคร แม่ต้องขออภัยนะคะ แต่จะบอกว่าหลังบ้านเราให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคนในครอบครัว เราเรียนรู้จากความรู้สึกคนในครอบครัวเป็นหลัก เด็กๆ มั่นใจได้เลยนะคะว่า แม่เลี้ยงเดี่ยวคนนี้ดูแลเจย์มาได้อย่างเต็มที่ ถึงแม้บางครั้งเราต้องเจอกับสถานการณ์ที่มันยากลำบาก แต่เราก็สามารถผ่านมันมาได้ ด้วยความรักและความเข้าใจของคนในครอบครัวค่ะ”

“2 นาทีสำหรับคนที่ตัดคลิป มันมาจากความรู้สึกดีๆ และความรักค่ะ แต่คนที่แปลงคลิปให้คนเห็นในเชิงลบ ไม่ใช่เจ้าของคลิปนะคะ ตัดคลิปต่อไปเลยลูก ถ้าทุกคลิปมันมาจากพลังบวกของหนู ดูแลความรู้สึกกันและกันต่อ”

ก่อนที่จะชี้แจงเพิ่มเติมในคอมเมนต์ด้วยว่า “คลิปนี้แม่อยากจะอธิบาย และอยากจะเซฟความรู้สึกของเด็กๆ ที่มีให้เจย์ ถ้าแม่ทำอะไรให้เด็กๆ รู้สึกไม่ดี แม่ต้องขอโทษนะคะ แต่แม่เชื่อมั่นว่าในคลิปและคนตัดคลิปไปลง มันมีแต่เรื่องราวความรักและความรู้สึกดีๆ ที่อยากส่งผ่านให้กัน”

“และเจ้าของคลิปไม่ต้องเครียดนะลูก หนูไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้ามีความสุขในสิ่งที่ทำ ทำต่อไปลูก ไม่ต้องสน ถ้าสิ่งที่เราทำมันคือความรู้สึกดีๆ ที่มีให้ใครคนนึง แต่เราแค่ซวย ที่ดันมาเจอคนเก๊งงงเก่งที่มาแสดงความคิดเห็นแค่เป็นตัวหนังสือเท่านั้นเอง ชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดค่ะ”

นอกจากนี้ แม่โบว์ ยังได้โพสต์สตอรี่อีกว่า “หลังจากนี้ไม่พูดแล้วนะคะ ขอขายของอย่างเดียวแล้วนะคะ ถ้าบวก = ลบ ในความรู้สึกใครต้องขอโทษนะคะ แต่หลังจากนี้ถ้าไม่พูดถึงไม่ได้แปลว่าไม่รักนะคะ แม่ไลฟ์สดขายของมานานมากแล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องพึ่งอะไรใครนอกจากตัวเราค่ะ”

และ “หลักวิชาการบางครั้งก็ไม่สามารถและเข้าถึงได้กับบางครอบครัวหรอกค่ะ ความเข้าใจ และการเรียนรู้ในสิ่งที่คนในครอบครัวเป็นนั้นคือสิ่งที่บางครอบครัวต้องการ ความสมบูรณ์แบบแต่ละครอบครัวไม่เท่ากัน”

“เพราะฉะนั้นบางครั้งสิ่งที่เราสอนหลังบ้านว่าควรหรือไม่ควร นักวิชาการก็ไม่ได้มาอยู่ตรงจุดๆ นั้นนะคะ ว่าเราสั่งสอนลูกยังไงบ้าง บางทีการใช้ชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายเหมือนกับการเขียนตัวหนังสือสอนคนในครอบครัว”

ขอบคุณภาพจาก:vanda_29