เมื่อวันที่ 28 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ นำกำลังเข้าจับกุม นายเธียรกานต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี และ น.ส.วิภาวดี (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี สองสามีภรรยา ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ โดยจับกุมตัวได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จ.สมุทรปราการ
สืบเนื่องจากผู้ก่อเหตุตระเวนเชิดรถจักรยานยนต์ของคนรู้จักไปขายถึง 5 คันซ้อน ในเวลาเพียงครึ่งเดือน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบกับตรงกับรูปพรรณสัณฐานในคดีลักทรัพย์ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ขณะกำลังเดินอยู่ในที่ห้างสรรพสินค้าดังกล่าว ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน
สอบสวนนายเธียรกานต์ ให้การรับสารภาพว่า รถที่นำไปขายส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ จำนวน 4 คัน และยามาฮ่า มีโอ อีก 1 คัน โดยขายในราคาคันละประมาณ 8,000-9,000 บาท หลังได้รถมาก็จะโพสต์ขายทันที และนัดส่งมอบรถตามจุดนัดพบด้านนอก โดยมีบุคคลทำหน้าที่รับรถและรับโอนเงิน ก่อนนำเงินสดมาให้ตนอีกทอดหนึ่ง
“ที่เลือกก่อเหตุกับคนรู้จัก เพราะเคยอาศัยอยู่ย่านท้ายบ้าน ทำให้มีเพื่อนฝูงและคนคุ้นเคยจำนวนมาก จึงอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจในการหลอกยืมรถ และเมื่อได้รถแล้วก็จะไม่ย้อนกลับไปในพื้นที่เดิมอีก” นายเธียรกานต์ กล่าว
นายเธียรกานต์ อ้างอีกว่า สาเหตุที่ลงมือก่อเหตุเนื่องจากตกงาน ไม่มีรายได้ ต้องเปิดเช่าห้องพักรายวันและมีภาระดูแลครอบครัว รวมถึงลูกอีก 2 คน อายุ 10 และ 14 ปี โดยเงินที่ได้จากการขายรถถูกนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันทั้งหมด ไม่ได้นำไปเล่นการพนันหรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่อย่างใด
พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนากูร ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.เมืองสมุทรปราการ สามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ได้จำนวน 2 ราย เป็นสามีภรรยากัน หลังก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายในพื้นที่รวม 5 คัน ภายในระยะเวลาประมาณครึ่งเดือนในช่วงเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองจะอาศัยความคุ้นเคยกับคนในชุมชน เข้าไปตีสนิทก่อนขอยืมรถจักรยานยนต์ของคนรู้จัก โดยอ้างว่าจะนำไปซื้อของหรือไปซื้อกับข้าวที่ร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะเชิดรถหลบหนีและนำไปโพสต์ขายต่อผ่านกลุ่มรับซื้อรถในเฟซบุ๊ก
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตรียมขยายผลตรวจสอบบุคคลที่รับซื้อรถจักรยานยนต์ เส้นทางการเงิน รวมถึงผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการรับซื้อและนำรถออกจำหน่าย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.



