เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีและสส. 6 สมัย โพสต์เฟซบุ๊ก บอกถึงเหตุผลการถูกจัดให้เป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ลำดับที่ 98 หรือลำดับสุดท้ายว่า “ผมได้ขอท่านหัวหน้าพรรคลงสมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ในลำดับสุดท้าย เพื่อร่วมต่อสู้กับทุกคนผ่านการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ ร่วมกับอดีตสส.อรรถพร พลบุตร เพื่อนอดีตสส.และอดีตรัฐมนตรีของพรรคท่านอื่นๆ เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สืบทอดภารกิจและอุดมการณ์ของพรรคต่อไป”

นายอลงกรณ์ ระบุรายละเอียดว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศชาติ ซึ่งถูกบ่อนทำลายจากการคอร์รัปชันและการผูกขาด จนศักยภาพของประเทศถดถอย ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง เศรษฐกิจโตต่ำโตช้า ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส มีรายได้ไม่พอรายจ่าย ผู้คนตกงานไร้อนาคต หนี้สาธารณะท่วมประเทศ จนต้องกู้เงินมาปิดหีบงบประมาณตลอด 19 ปีที่ผ่านมา ประเทศชาติลำบากขนาดนี้ แต่กลุ่มนักการเมืองโสมมยังร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐฉ้อฉลรับสินบนทุนเทาสามานย์ ร่วมกันปล้นชาติปล้นประชาชนซ้ำเติมประเทศหวังครอบงำอำนาจรัฐทุกวิถีทาง ถึงเวลาที่เราต้องลุกขึ้นสู้กอบกู้ประเทศให้พ้นวิกฤติอันเลวร้ายครั้งนี้

“ในส่วนของผมได้ขอท่านหัวหน้าพรรคลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ในลำดับสุดท้ายเพื่อร่วมต่อสู้กับทุกคนผ่านการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ร่วมกับอดีตสส.อรรถพร พลบุตร เพื่อนอดีต สส.และอดีตรัฐมนตรีของพรรคท่านอื่นๆ เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สืบทอดภารกิจและอุดมการณ์ของพรรคต่อไป”

ประการสำคัญคือเป็นเจตจำนงทางการเมือง (Political will) ในการสานฝันของผมนับแต่สวมเสื้อประชาธิปัตย์ลงสมัครครั้งแรกที่เพชรบุรี ในปี 2535 ซึ่งได้ประกาศคำมั่นสัญญาเป็นสัจจะว่าจะอยู่พรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียวในชีวิตการเมืองของผม เพราะ พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมืองที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ยึดหลักการความซื่อสัตย์สุจริตและระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

“ผมหวังว่ามวลหมู่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และพี่น้องประชาชนจะช่วยกันสนับสนุนผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ในทุกเขตเลือกตั้งและ สส.แบบบัญชีรายชื่อเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์มีพลังสามารถสร้างประชาธิปไตยสุจริตขจัดคอร์รัปชันขจัดทุนเทาด้วยวิถีทางการเมืองสีขาวและนโยบายก้าวหน้าทันโลกตามแนวทางของหัวหน้าพรรคอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืนของประเทศชาติและประชาชนสืบไป” นายอลงกรณ์ ระบุ