รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในปี 69 เป็นที่แน่ชัดแล้วจะไม่มีการออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษี  อย่างโครงการ ช้อปดีมีคืน หรือ อีซี อีริซิฟท์ เหมือนที่เคยออกมาเป็นประจำทุกช่วงต้นปี เนื่องจากปัจจุบันอยู่ในช่วงของรัฐบาลรักษาการภายหลังการยุบสภา ซึ่งตามข้อกฎหมายของรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดเจนว่า รัฐบาลรักษาการไม่สามารถอนุมัติโครงการหรือมาตรการใหม่ใดๆ ที่จะมีผลผูกพันไปถึงรัฐบาลชุดหน้า หรือโครงการที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ภาษีของรัฐอย่างมีนัยสำคัญได้

“การออกมาตรการลดหย่อนภาษีถือเป็นนโยบายทางการคลัง ที่ต้องผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจาก ครม. ที่มีอำนาจเต็มเท่านั้น ดังนั้นในช่วงที่ยังไม่มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารงาน มาตรการเหล่านี้จึงต้องถูกระงับไว้ก่อนตามระเบียบและข้อบังคับทางการเมือง

สำหรับสถิติการใช้สิทธิในปีที่ผ่านมา พบว่ามาตรการเหล่านี้ได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างล้นหลาม โดยในโครงการครั้งล่าสุดมีผู้เสียภาษีเข้าร่วมใช้สิทธิมากกว่า 1.5 ล้านราย และสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งนอกจากจะช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศแล้ว ยังเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ร้านค้าขนาดเล็กและขนาดกลางเร่งเข้าสู่ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการใบกำกับภาษีไปลดหย่อนภาษีด้วย

สำหรับ อีซี อี-รีซิฟท์ ปีล่าสุด รัฐบาลเปิดให้นำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งต้องเป็นการใช้จ่ายในช่วงวันที่ 16 ม.ค.-28 ก.พ.68 เท่านั้น เพื่อนำไปใช้ยื่นภาษีในช่วงต้นปี 69 โดยมีเงื่อนไขแบ่งสัดส่วนเงิน 50,000 บาทออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือวงเงินไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับใช้ซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าทั่วไปที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนที่สองอีกไม่เกิน 20,000 บาท ถูกจัดสรรมาเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากโดยเฉพาะ ซึ่งรวมถึงการซื้อสินค้า OTOP สินค้าจากวิสาหกิจชุมชน หรือวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ลงทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย