สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ต้อนรับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ที่คฤหาสน์มาร์-อา-ลาโก ในเมืองเวสต์ปาล์มบีช เพื่อหารือเกี่ยวกับร่างแผนสันติภาพของรัฐบาลวอชิงตัน ในการยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน


ทั้งนี้ ทรัมป์ยอมรับว่า รัสเซียและยูเครนยังคงมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องดินแดน โดยแผนการปัจจุบันที่ผ่านการเจรจาอย่างเข้มข้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คือการ “ยุติการสู้รบตามแนวรบปัจจุบัน” ในภูมิภาคดอนบาส หรือภาคตะวันออกของยูเครน และการจัดตั้งเขตปลอดทหารในรูปแบบของเขตเศรษฐกิจพิเศษ ขณะที่รัสเซียยืนกรานมาตลอด ว่ารัฐบาลเคียฟต้องสละดินแดนในบริเวณนั้น “เป็นการถาวร”


อย่างไรก็ตาม ทรัมป์แสดงความเชื่อมั่น ว่าความขัดแย้งดังกล่าวจะได้รับการแก้ไขในที่สุด พร้อมทั้งเสนอตัวว่า เดินทางไปแถลงต่อรัฐสภาของยูเครนด้วยตัวเอง เพื่อผลักดันแผนการนี้ ซึ่งเซเลนสกีขานรับข้อเสนอทันที


ด้านเซเลนสกีกล่าวว่า กรอบการทำงานด้านสันติภาพที่ทรัมป์วางไว้นั้น “ตกลงกันได้แล้ว 90%” และในส่วนของ “หลักประกันความมั่นคงสหรัฐ-ยูเครน” นั้น “ตกลงกันได้ 100% แล้ว” ขณะนี้ อยู่ระหว่างการทำแผนฟื้นฟูความมั่งคั่งให้ยูเครน และการจัดลำดับขั้นตอนการดำเนินการ


นอกจากนี้ ผู้นำยูเครนมีท่าทีเปิดรับร่างแผนสันติภาพฉบับปรับปรุงใหม่ของสหรัฐมากขึ้น ซึ่งนับเป็นการยอมรับอย่างชัดเจนที่สุดของรัฐบาลเคียฟ ว่าอาจต้องมีการยอมเสียสละดินแดนบางส่วน แม้เซเลนสกียืนยันว่า เรื่องนี้ต้องผ่านการลงประชามติจากชาวยูเครนก่อนก็ตาม


ด้านทำเนียบเครมลินในกรุงมอสโกออกแถลงการณ์ เรียกร้องยูเครน “ตัดสินใจอย่างกล้าหาญ” ด้วยการถอนทหารออกจากภูมิภาคดอนบาสทันที และกล่าวหาว่า บรรดาผู้นำยุโรปคืออุปสรรคต่อสันติภาพ.

เครดิตภาพ : AFP