ขอเจริญพรเอฟซีเดลินิวส์ออนไลน์และสมุนไพรเอฟซีทุกท่าน มาพบกับ พระมหาขวัญชัย อคฺคชโย หมอพื้นบ้านและเจ้าอาวาสวัดคีรีวงก์อีกครั้ง สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สิ้นเดือนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เข้าสู่ฤดูหนาวเต็มพิกัด ใครมีแฟนอยู่ใกล้ ๆ ก็คงจะอุ่นกายอุ่นใจ ส่วนใครที่ยังโสดก็ให้ธรรมะรักษาใจสมุนไพรรักษากายดูแลจะได้สุขภาพดีช่วงหน้าหนาว
ทางการแพทย์แผนไทยระบุว่า บุคคลมักป่วยในฤดูหนาวเพราะรับประทานอาหารผิดสำแลง คือ รับประทานอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ป่วยเป็นไข้ ไอ ภูมิแพ้ หรือทำให้โรคประจำตัวกำเริบง่ายกว่าฤดูอื่นดังที่หลายคนเรียกว่า “ภูมิตก” นั่นล่ะ แต่อาตมามีข่าวดีมาบอกว่าภูมิปัญญาไทยมียาประจำฤดู โดย “ตรีผลา” คือยาประจำฤดูหนาวที่เป็นที่รู้จักดีในยุคปัจจุบัน ถ้าใครชอบยาตรีผลาก็ต้มรับประทานได้เลย แต่ถ้าใครรู้สึกว่าทานยากหรือหาส่วนประกอบมาทำลำบาก ให้ลองใช้มะขามป้อมไทยอย่างเดียวก็ได้ผลดีเช่นกัน

เกร็ดยาหลวงปู่ ตำรับมะขามป้อมไทยแก้ไข้ประจำฤดู เริ่มจากนำมะขามป้อมไทยมาล้างให้สะอาดและซับให้แห้ง ขั้นตอนต่อไปใช้มีดผ่าเป็น 4 ซีกก่อนนำไปเรียงในกระด้งหรือถาด จากนั้นวางตากแดดให้แห้งสัก 1-2 แดด เมื่อแห้งดีแล้วจึงเก็บลงในโหลแก้วพร้อมใส่ถุงเจลดูดความชื้นเพื่อรักษาคุณภาพ เมื่อจะทานให้ตักมา 1 ช้อนชา ใส่ในน้ำร้อน 1 ถ้วยกาแฟ แช่ไว้ประมาณ 3-5 นาที ดื่มอุ่น ๆ วันละ 1 แก้ว เป็นประจำทุกวันเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน หากเป็นไข้ ไอ ภูมิแพ้ ไม่สบาย สามารถชงดื่มวันละ 2 เวลา ก่อนอาหารเช้า-เย็น ถ้าใครชอบแบบผลสดก็ให้รับประทานวันละ 2 ผลได้เลย
ปุจฉา ไฉนมะขามป้อมไทยจึงเสริมภูมิคุ้มกันรักษาธาตุให้เป็นปกติได้ วิสัชณา เพราะมะขามป้อมไทยแก่มีรสเปรี้ยวฝาดขมเผ็ด จึงมีสรรพคุณแก้ไข้ แก้ไอ แก้ลม แก้เสมหะ อีกทั้งมะขามป้อมไทยมีวิตามินซีสูงกว่าส้มในปริมาณเท่ากันถึง 20 เท่า จึงมีฤทธิ์เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและต้านอนุมูลอิสระ และแก้โรคลักปิดลักเปิดได้อีกด้วย

ก่อนจากกันอาตมามีเรื่องเล่าสนุก ๆ ให้อ่านเพลินต้อนรับปีใหม่ ผู้อ่านทุกท่านคงรู้จักหมอชีวกแพทย์ประจำพระองค์พระพุทธเจ้า เรื่องราวมีอยู่ว่าครั้งหนึ่งท่านเดินทางไปรักษาพระเจ้าจัณฑปัชโชโตแห่งกรุงอุชเชนีผู้มีโทสะร้าย หมอชีวกวินิจฉัยแล้วว่ายาที่ใช้รักษาต้องมีเนยใสที่พระองค์เกลียดชังนักหนาเป็นส่วนประกอบ จึงออกอุบายทูลขอช้าง 2 เชือกที่เดินทางได้วันละ 60 และ 100 โยชน์ก่อนถวายยา ที่เมื่อถวายยาแก่พระราชาแล้วหมอชีวกก็รีบไสช้างหนีออกจากกรุงอุชเชนีทันที พระเจ้าจัณฑปัชโชโตทรงทราบเพราะเรอออกมาเป็นกลิ่นเนยใสก็พิโรธมาก จึงสั่งให้ทหารชื่อนายกาโกผู้เดินทางได้เร็ววันละ 60 โยชน์ไปตามหมอชีวกกลับมา
ขณะเดียวกันหมอชีวกเดินทางไม่หยุดมา 60 โยชน์แล้วช้างก็ไปต่อไม่ไหว จึงพักอยู่ที่ชายแดนระหว่างแคว้นมคธและแคว้นอวันตี บริเวณนั้นเป็นป่าไม่มีแหล่งน้ำแต่ท่านเชี่ยวชาญวิชาพืชศาสตร์จึงทราบว่ามีต้นมะขามป้อมขึ้นอยู่ จึงเข้าไปเก็บเพื่อรับประทานให้ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำ เมื่อนายกาโกไล่ตามมาทันหมอชีวกก็ทราบว่าหนีไม่พ้นแล้วจึงทำเป็นใจดีสู้เสือ พูดจาหว่านล้อมให้พักก่อนและไม่ต้องจับท่านมัดหรอกเพราะท่านจะไม่หนีไปไหน พลางยื่นมะขามป้อมให้รับประทานดับกระหาย ตอนแรกนายกาโกก็ไม่ไว้วางใจ หมอชีวกเลยรับประทานมะขามป้อมให้ดูว่าปลอดภัย 100%

นายกาโกที่คอแห้งกระหายน้ำเพราะวิงมาราธอนมาไกลก็ยอมรับมะขามป้อมจากท่าน วินาทีนั้นล่ะที่หมอชีวกได้โอกาสใช้เล็บที่จิกยาถ่ายในกระเป๋าไว้ก่อน จิกเนื้อมะขามป้อมให้ยาถ่ายแทรกเข้าไป พอนายทหารได้ทานมะขามป้อมผลนั้นที่ท่านส่งให้ก็ถ่ายท้องจนหมดเรี่ยวหมดแรง อย่างไรก็ตามหมอชีวกท่านก็กล่าวขอขมาลาโทษ แถมยกช้างเชือกนั้นให้นายทหารขี่กลับเข้าเมือง ส่วนท่านจะเดินทางกลับกรุงราชคฤห์อย่างปลอดภัย
อย่างไรก็ตามอาการประชวรของพระเจ้าจัณฑปัชโชโตก็ทุเลาเบาหาย พระองค์จึงคัดเลือกผ้ากาสีอย่างดีที่สุดให้ราชทูตนำไปส่งแก้หมอชีวกที่กรุงราชคฤห์เป็นการขอบพระทัย นิทานส่งท้ายปีเก่าต้นรับปีใหม่สั้น ๆ จบแล้ว อาตมาขออวยพรให้ผู้อ่านทุกท่านและครอบครัวจงมีแต่ความสุขความเจริญ มีสุขภาพกายใจแข็งแรงบริบูรณ์ แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า …เจริญพร
บทความโดย : พระมหาขวัญชัย อคคฺชโย เจ้าอาวาสวัดคีรีวงก์ (วัดน้ำตก)
ศูนย์เรียนรู้สมุนไพรแพทย์แผนไทย-หมอพื้นบ้าน (หมอพร) อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร



