เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเมื่อเร็วๆ นี้ อัยการสำนักงานการสอบสวน นำกำลังจับผู้ต้องหาคดีลักลอบขนตัวลิ่นเข้าประเทศตามหมายจับในคดีนอกราชอาณาจักร ที่เป็นอำนาจอัยการสูงสุดและมีการตั้งคณะพนักงานอัยการทำการสอบสวนโดยไม่ร่วมกับฝ่ายใด และเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ที่อัยการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้เอง ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานอัยการครั้งใหญ่

ในช่วงเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่สนามยิงปืน กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุดร่วมกับ กองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่ง เปิดโครงการฝึกอบรมการใช้อาวุธปืนพกขั้นพื้นฐาน

โดยมีนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกันเปิดงาน โดยมีคณะพนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานการสอบสวนอัยการมาร่วมอบรมจำนวนมาก

นายวัชรินทร์ กล่าวว่า งานของอัยการสํานักงานการสอบสวน ไม่ได้เป็นงานสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดี แต่เป็นงานเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น คดีนอกราชอาณาจักร ซึ่งบางครั้งอัยการสูงสุด มอบสํานักงานการสอบสวนสอบสวนให้ทำการสอบสวนโดยลําพัง ไม่ได้มีตํารวจร่วมสอบสวน เราต้องใช้ยุทธวิธีในการไปจับ ไปสืบค้น เกี่ยวกับผู้ต้องหา

อีกอันคือคดีตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ซึ่งอัยการมีบทบาทคือตรวจสอบกํากับการสอบสวน กับเป็นพนักงานสอบสวนฝ่ายอัยการสามารถมีอำนาจเข้าไปเป็นพนักงานสอบสวนทําการสอบสวนได้เองเลย

กรณีดังกล่าวเราจําเป็นอย่างมาก ที่จะต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านการสืบสวนสะกดรอย แล้วก็ใช้อาวุธปืนได้ เพื่อในการต่อสู้ป้องกันตัวในยามคับขัน

ความจริงเราต้องการเจ้าหน้าที่สืบสวนอย่างมาก มาช่วยงานด้านนี้ แต่ในขณะนี้อยู่ระหว่างดําเนินการ ซึ่งระหว่างที่ยังไม่ได้มีเจ้าหน้าที่สืบสวน เราจําเป็นที่จะต้องนําบุคลากรของเราไม่ว่าจะเป็นอัยการ เจ้าพนักงานคดีหรือนิติกรและเจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในสํานักงานการสอบสวนมาฝึกยุทธวิธี

“อย่างน้อยได้รู้จักวิธีในการใช้อาวุธปืน รู้จักการป้องกันตัวเองในยามคับขัน เมื่อออกไปปฏิบัติหน้าที่”

ครั้งนี้เราจึงได้รับความร่วมมือจากกองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลางอย่างดียิ่ง นําโดยผู้บัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง ที่อนุเคราะห์ให้กองบังคับการปราบปราม หรือกองปราบฯ ทําหน้าที่ในการฝึกให้เรา

โดยใช้ครูฝึกจากชุดหนุมานมาฝึกให้เจ้าหน้าที่ของเราอย่างดีเลย เป็นการฝึกโดยใช้ทั้งกระสุนจริง ใช้กระสุนซ้อม มีการจําลอง สถานการณ์จริง ถือว่ามีประโยชน์มาก เพราะอย่างน้อยบุคลากรของเราได้มีการทดลอง ก็สามารถรู้วิธีหลบหลีกรู้วิธีการยิงปืน เป็นการเริ่มสอนตั้งแต่เบสิคเริ่มต้นเลยว่าสอนอย่างไร

วันนี้ได้ร่วมเปิดการอบรมกับ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งคุ้นเคยจากการทําคดีร่วมกันมาหลายเรื่อง และครั้งนี้ได้กรุณามาร่วมมือในการจัดทีมมาฝึก

ภายหลังฝึกเสร็จก็ได้ถาม เจ้าหน้าที่ที่มาอบรมวันนี้ ทุกคนชอบมาก เพราะรู้เลยว่ามีประโยชน์ได้รู้ถึงจุดบกพร่องตนเองว่าคืออะไร  สถานการณ์ที่จําลองขึ้นมา แสดงให้เห็นเลยว่า บางครั้งถ้าเราเข้าไปโดยที่เราไม่ได้เตรียมพร้อมไม่มีความรู้ ทักษะในการใช้อาวุธปืน หรือไม่ทันระวังเป้าหมาย จะกลายเป็นตัวเราที่ถูกคนร้ายยิงตายได้

รวมไปถึงการที่เราสามารถที่จะพิจารณาในเวลาสํานวน การสอบสวนมาถึงเราได้ เช่น สํานักงานการสอบสวน เป็นสํานักงานที่ต้องจัดอัยการเข้าไปในการทําหน้าที่ในการร่วมในการสอบสวน ในคดีวิสามัญฆาตกรรม

ก็คือเมื่อเจ้าหน้าที่ตํารวจวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายตาย บางทีเราดูแต่ในสํานวน ดูแต่ภาพถ่าย เราไม่เห็นจริงว่าสถานการณ์ แบบนี้ทําไมเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตัดสินใจทํา อัยการที่เราจัดไปทำก็จำต้องมีความรู้ด้วยว่า เหตุใดตํารวจที่ไปจับคนร้ายแล้วคนร้ายต่อสู้ หรือคนร้ายกําลังจะใช้ปืนแล้วทําไมจําเป็นต้องยิง หรือจําเป็นต้องทําแบบนั้นเพราะอะไร

การฝึกมีประโยชน์ อัยการที่มาฝึกก็จะได้รู้ ถ้าเป็นสถานการณ์จริงต้องทำอย่างไร ทำให้ง่ายต่อการสอบสวน ในคดีคนที่จะได้ประโยชน์นอกจากทางอัยการ ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ได้ด้วย ซึ่งทำให้เรามองเจ้าหน้าที่ตํารวจแบบถูกต้องขึ้นหลังจากที่เราดูแต่ในสํานวน หรือเราดูแต่สิ่งที่ตํารวจถูกกล่าวหาว่าเป็นการกระทําโดยรุนแรงเกินเหตุ ว่าทำไมถึงชักปืนยิงเลย แต่พอเรามาฝึก เราเข้าใจตํารวจเลยว่า ถ้าไม่ชักปืนยิง เราโดนยิงตายซะเอง เหมือนต่างประเทศ จะมีการฝึกในลักษณะเเบบนี้ ก็จะเข้าใจว่าสถานการณ์อย่างไร ควรทําไง อบรมครั้งนี้ ถือว่าเป็นความสําเร็จที่ดี เป็นครั้งแรกที่ได้มีการมาฝึก ก็ตกลงกันแล้วว่าหวังว่าจะมีรุ่นต่อไป รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่เราได้นํามาฝึก