จากกรณีที่ ‘บิ๊กโจ๊ก’ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. เดินทางมาพบ พงส.กก.1 บก.ป. ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ตามหมายเรียก ในคดีที่ถูกอดีตลูกน้อง (พ.ต.ท.คริษฐ์ และ พ.ต.อ.อาริศ) แจ้งความกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย (ตบบ้องหู) นั้น
เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่ บก.ปปป. บช.ก. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีทำร้ายร่างกาย พ.ต.ท.คริษฐ์ และ พ.ต.อ.อาริศ อดีตลูกน้องคนสนิทกับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่อ้างกับสื่อฯ ตัวเองมาแจ้งความจับอดีตนายตำรวจลูกน้องคนสนิท ว่า คดีดังกล่าว พ.ต.ท.คริษฐ์ กับ พ.ต.อ.อาริศ แจ้งความไว้ที่ บก.ป. ว่า ถูกทำร้าย ทางพนักงานสอบสวนจึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานและเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งผู้ต้องหาก็ได้ให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนจึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายก่อนปล่อยตัวชั่วคราวไป
สำหรับคดีทำร้ายร่างกายตำรวจอดีตลูกน้องนั้น มีการไปฟ้องศาลว่าตนหมิ่นประมาท แต่ยืนยันได้ว่าพนักงานสอบสวนมีพยานหลักฐานทั้งคลิปเสียงและคลิปวิดีโอของตำรวจทุกคนที่ถูกทำร้ายเป็นหลักฐาน บางคนไปแจ้งความแล้ว บางคนยังไม่ได้ไป เชื่อว่าเรื่องนี้แม้เหตุการณ์ได้ผ่านมาหลายปี แต่ทางผู้เสียหายก็ยังคาใจ และในช่วงที่ท่านมีอำนาจ ทุกคนก็ไม่กล้าที่จะออกมาร้องแรกแหกกระเชอใดๆ กระทั่งผู้ต้องหาสำคัญท่านนี้และพวกถูกดำเนินคดีในข้อหาหลายเรื่อง ทางผู้เสียหายจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดี ซึ่งตนยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่ได้กลั่นแกล้งใครและให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง
“ผมถามว่าถ้าตำรวจไม่บังคับใช้กฎหมายกับตำรวจด้วยกันเองแล้วใครจะมาทำ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องการรักษากฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะมีเส้นหรือไม่มีเส้น จะใหญ่มาขนาดไหน เมื่อคุณทำผิดคุณก็ต้องได้รับการบังคับใช้กฎหมายเช่นเดียวกัน”
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า ส่วนคดีทอง 246 บาทนั้น ขณะนี้คลิปเสียงหลักฐานและการดำเนินการอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของทางอัยการแล้ว แต่ยังมีเรื่องอื่นที่กำลังรอ ป.ป.ช.ส่งกลับมาที่ ตร.ก่อน ตร.จะส่งลงมาให้ บช.ก.ดำเนินการ อย่างไรก็ตามขณะนี้กำลังดูอีกส่วนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ เพราะว่าการที่ผู้ต้องหากับกลุ่มผู้ต้องหาไปบิดเบือนพยานหลักฐานสร้างความเสียหายให้กับตร. สร้างความไขว้เขวให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของข้อเท็จจริงโดยได้เปิดคลิปเสียงออกมาเผยแพร่นั้น ผู้ที่อยู่ในขบวนการมองว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยแล้วเอาเขาไปร่วมกระทำความผิดด้วยทำไม ขอย้ำว่าการดำเนินการของตำรวจไม่ได้ไปสร้างความเสียหายให้ใคร เพียงแต่ต้องปกป้องและสร้างความเข้าใจให้พี่น้องประชาชนเท่านั้น
ส่วนกรณีอดีตพนักงานสอบสวนให้ความเห็นผ่านสื่อฯ ว่าการนำคลิปเสียงมาเปิดอาจจะเป็นการชี้นำสังคม สร้างแรงกดดันกระบวนการยุติธรรมได้นั้น รอง ผบช.ก. กล่าวว่า เชื่อว่าไม่เป็นเช่นนั้นเพราะคลิปจริงๆ ทั้งหมด 20 กว่าชม.ได้ไปอยู่ที่คณะกรรมการตรวจสอบ และอัยการเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นคลิปที่เรานำมาเปิดเผยให้เห็นนี้เป็นเพียงบางส่วนที่ต้องการชี้แจงให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่ายังมีขบวนการที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริง ขบวนการที่จะเอาข้อมูลเท็จต่างๆ มาสร้างพยานหลักฐานเท็จเพื่อมาต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งก็มีคนไม่เห็นด้วยเลยเอาคลิปต่างๆ มาให้เรา
สำหรับนายสามารถ หรือ เอดเวิร์ด ที่ไม่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทอง 246 บาท มีข้อมูลเป็นคนทำใบเสร็จในคดีรถเบนซ์ 13 ล้าน ในคดีเจ๊อ้อยฟ้องทนายตั้มนั้น บิ๊กเต่า ระบุว่า ตำรวจได้ทำการสอบสวนและสืบสวนแล้ว ปรากฏว่า เอดเวิร์ดเป็นตุ๊กตาตัวหนึ่งที่เขาให้มาซื้อทองให้แล้วเอาเงินสดให้ภายหลัง และก็ไม่รู้เรื่องว่าทองนี้จะเอาไปทำอะไร เพราะฉะนั้นความเชื่อมโยงของพยานหลักฐาน เราก็เลยกันคนๆ นี้เป็นพยาน เพราะว่าไม่มีเจตนาที่จะกระทำความผิดในเรื่องนี้ด้วย
ส่วนกรณีที่ไปเกี่ยวข้องในคดีทนายตั้มก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง เอดเวิร์ดเขาทำธุรกิจ ซึ่งเขาก็มีธุรกิจการซื้อขายรถอยู่ก็เป็นเรื่องปกติ เขาให้การตามข้อเท็จจริง ลูกน้องก็มาให้การตามข้อเท็จจริงเป็นเรื่องการดำเนินการส่วนนั้นไป



