คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีการรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขต ระหว่างวันที่ 27–31 ธันวาคม 2568 และวันเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่เขตเลือกตั้งที่ 5 ของสุรินทร์ กลายเป็นหนึ่งในเขตที่มีการแข่งขันเข้มข้นที่สุด เนื่องจากมีผู้สมัครที่มีชื่อเสียง ฐานการเมืองแข็งแรง และมีความเชื่อมโยงกับประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน

ผู้สมัครรายแรกคือ นายภุชงค์ สุภัครวรางกูร อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ในนามพรรคภูมิใจไทย การลงสนามของนายภุชงค์สะท้อนยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคภูมิใจไทย ที่พยายามขยายฐานจากการเมืองท้องถิ่นสู่ระดับชาติ โดยอาศัยนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีภาพลักษณ์เข้าถึงง่าย แต่มีประสบการณ์บริหารในพื้นที่จริง พรรคภูมิใจไทยหวังใช้เครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผลงานเชิงนโยบายเป็นตัวต่อรองกับความนิยมของพรรคใหญ่ดั้งเดิมในพื้นที่

ฝั่ง พรรคกล้าธรรม ส่ง ดร.ฟาริดา สุไลมาน ภรรยาของ “บังมุข” มุข สุไลมาน ลงชิงชัย การปรากฏตัวของดร.ฟาริดาไม่ใช่เพียงการเปิดตัวผู้สมัครหน้าใหม่ แต่คือการสานต่อทุนทางการเมืองของตระกูลที่มีรากฐานในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ทั้งระดับสมาชิกสภาจังหวัดและเครือข่ายผู้นำชุมชน พรรคกล้าธรรมจึงวางหมากโดยเน้น “การเมืองแบบเครือญาติและความใกล้ชิดกับชาวบ้าน” เพื่อเจาะฐานเสียงเดิมของพรรคใหญ่ พร้อมสร้างภาพลักษณ์ทางเลือกใหม่ในสนามที่การแข่งขันสูง

ขณะที่ พรรคเพื่อไทย ส่ง นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม อดีต สส.สุรินทร์ ลงป้องกันฐานที่มั่นเดิม นายครูมานิตย์ถูกมองว่าเป็น “สส.ตลอดกาล” ของเขตเลือกตั้งที่ 5 ด้วยความผูกพันกับประชาชนและการทำงานพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พรรคเพื่อไทยจึงยังคงใช้ยุทธศาสตร์ความเชื่อมั่นในตัวบุคคล มากกว่าการปรับเปลี่ยนผู้สมัครใหม่ แม้จะต้องเผชิญแรงท้าทายจากพรรคการเมืองที่กำลังรุกคืบเข้ามาอย่างจริงจัง

ในเชิงวิเคราะห์ การแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการชิงคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 136,425 คน จากประชากรทั้งหมด 168,173 คน และ 2,936 หน่วยเลือกตั้ง เท่านั้น แต่ยังเป็นการทดสอบว่า “การเมืองแบบบุคคล” จะยังคงเอาชนะ “การเมืองเชิงพรรคและเครือข่ายท้องถิ่น” ได้หรือไม่ ภายใต้บริบทที่ประชาชนเริ่มให้ความสำคัญกับผลงานที่จับต้องได้ และบทบาทของ สส.ในสภามากขึ้น

ขณะเดียวกัน กกต.ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และเปิดรับลงทะเบียนหลายช่องทาง ตั้งแต่การยื่นคำขอด้วยตนเอง ทางไปรษณีย์ และผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งอาจส่งผลต่อสัดส่วนผู้มาใช้สิทธิ และกลยุทธ์การหาเสียงของแต่ละพรรค โดยเฉพาะการเร่งสร้างการรับรู้ในช่วงโค้งสุดท้าย

ท้ายที่สุด เขตเลือกตั้งที่ 5 ของสุรินทร์ จึงไม่ใช่เพียงสนามเลือกตั้งธรรมดา แต่เป็นภาพสะท้อนการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของไทย ว่าประชาชนจะเลือกความคุ้นเคย ความผูกพัน หรือการเมืองทางเลือกใหม่ผลการตัดสินของประชาชนในพื้นที่นี้ อาจกลายเป็นสัญญาณสำคัญต่อการจัดวางอำนาจทางการเมืองในระดับประเทศหลังการเลือกตั้งครั้งนี้.

คำกอง กันนุฬา