เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 69 นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 68 ใน อ.เรณูนคร จ.นครพนม นางมนพร เจริญศรี ผู้สมัคร สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม ปราศรัยกับประชาชนว่า โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นผลจากรัฐบาลเสียงข้างน้อยในขณะนั้นนำงบประมาณไปใช้ในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” แทน ว่า เป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ และทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด
นายศุภชัย กล่าวว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ถูกระงับในสมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร เอง เนื่องจากมีคำทักท้วงจากหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รวมถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าอาจขัดต่อกฎหมาย จึงไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนเดิม และมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า การนำประเด็นดังกล่าวมาปราศรัยหาเสียง ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า รัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้นำงบประมาณจากโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ไปทำโครงการ “คนละครึ่งพลัส” แทน ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะดิจิทัลวอลเล็ตตกไปแล้ว นางมนพรซึ่งในขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลทราบดีว่ามีการสั่งระงับ
“การปราศรัยเช่นนี้กับประชาชน เป็นการใส่ร้ายป้ายสี ถ้าประชาชนเชื่ออาจทำให้ประชาชนไม่เลือกพรรคภูมิใจไทย เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง เรื่องนี้ นพ.อลงกต มณีกาศ ผู้สมัคร สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย จะยื่นเรื่องร้องต่อ ผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัดนครพนม และพรรคภูมิใจไทย จะทำการร้องเรียนต่อ กกต.กลาง ในฐานะผู้เสียหายจากการถูกใส่ร้ายป้ายสีด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนหลงผิดในคะแนนนิยมตรงนี้ ยืนยันจะดำเนินคดีกับทุกกรณีที่มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งต่อพรรคหรือผู้สมัครของพรรค” นายศุภชัย กล่าว.



