ศูนย์วิจัยกรุงไทยคอมพาส ประเมินมูลค่าส่งออกเดือน พ.ย. 2568 เติบโต 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 5.7%YoY ส่วนหนึ่งสะท้อนการส่งออกทองคำที่หดตัวน้อยลง อย่างไรก็ตาม พบว่า Momentum รายเดือนแผ่วลงต่อเนื่อง สะท้อนผลจากมาตรการภาษีสหรัฐ ชัดเจนขึ้น ด้านการนำเข้ายังขยายตัวสูงที่ 17.6%YoY ส่งผลให้การค้าขาดดุลที่ 2,726.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แนวโน้มในปี 2569 คาดว่าการส่งออกไทยจะกลับมาหดตัวที่ -1.0% จากผลของภาษีสหรัฐและการแข่งขันในตลาดโลกที่เข้มข้นขึ้น โดยติดตาม 1) ความไม่แน่นอนของการระบายสต็อกสินค้าของคู่ค้าในสหรัฐ ที่อาจทำให้คำสั่งซื้อลดลงเร็วกว่าคาด 2) การแข็งค่าของเงินบาทและ 3) ศาลสูงสุดสหรัฐอาจตัดสินให้ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่อาจทำให้เกิดช่วงปลอดภาษีชั่วคราว
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่าการส่งออกของไทยในปี 2569 จะมีแนวโน้มหดตัว -1.5% (ตัวเลขระบบดุลการชำระเงิน) สาเหตุสำคัญจาก 1) เศรษฐกิจโลกและปริมาณการค้าโลกในปี 2569 ที่มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ที่เริ่มส่งผลชัดเจน และเต็มรูปแบบมากขึ้น 2) ปัจจัยหนุนในปี 2568 ที่จะเริ่มหมดไป เช่น การเร่งผลิตและส่งสินค้าไปสหรัฐ (Front-load) การส่งออกทองคำพิเศษไปอินเดีย เป็นต้น 3) ปัจจัยฐานสูงในปี 2568 โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี
4) การแข่งขันในตลาดโลกสูงขึ้น เนื่องจากทั่วโลกต้องการกระจายความเสี่ยงออกจากตลาดสหรัฐ และ 5) ผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า ทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันโดยเปรียบเทียบ โดยเฉพาะสินค้าส่งออกที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก (ไม่มี Natural-hedge) ทั้งนี้เงินบาทแข็งค่ามากกว่า 9% นับตั้งแต่ต้นปี 2568 สูงเกือบที่สุดในภูมิภาค ยกเว้นเพียงเมียนมา โดยจะมีแนวโน้มอ่อนค่าลงได้ตั้งแต่ในช่วงไตรมาสสองของปี 2569 โดยสอดคล้องกับประมาณการของกระทรวงพาณิชย์ที่ช่วง -3.3% ถึง 1.1% (ตัวเลขระบบศุลกากร)
นอกจากนี้ ในระยะข้างหน้าส่งออกไทยอาจเผชิญปัจจัยเสี่ยงด้านต่ำที่ต้องจับตาใกล้ชิดเพิ่มเติมจากภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจากสหรัฐ เช่น ภาษีเฉพาะเจาะจงรายสินค้า (Sectoral tariff) โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และภาษีสวมสิทธิ (Transshipment tariff) ซึ่งภาษีทั้งสองรูปแบบมีอัตราภาษีสูงกว่าที่ 19% ที่ไทยเผชิญอยู่ในปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่าง จีน-สหรัฐ โดยเฉพาะการค้ากลับมาตึงเครียดอีกครั้ง อาจส่งผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจโลกและการค้าโลก ข้อตกลงการค้าไทย-สหรัฐ ยังไม่แน่นอนสูง
อีกทั้ง กรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชา อาจทำให้การเจรจากับสหรัฐ ล่าช้า หรือไทยเสียเปรียบในการเจรจามากขึ้นปัญหาสินค้าจีนและสหรัฐ ทะลักในตลาดโลกมากขึ้น กระทบความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยทั้งในและต่างประเทศ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับคาดการณ์การส่งออกไทยขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% ในปี 2568 เนื่องจากการส่งออกในช่วง 11 เดือนแรกขยายตัวสูงกว่าคาด จากผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ ขณะที่ปรับขึ้นคาดการณ์การนำเข้าทั้งปีคาดว่าจะขยายตัวเป็น 12.2% จาก 10.3%
สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง



