เมื่อวันที่ 3 ม.ค. นางมนพร เจริญศรี ผู้สมัคร สส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร แกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมาให้ข่าวกล่าวหาว่า ตนปราศรัยบิดเบือนข้อเท็จจริง เกี่ยวกับปมเงินดิจิทัลวอลเล็ตถูกพับ ในเวทีตนปราศรัยทุกๆเวที ตนพูดถึงนโยบายของรัฐบาล ของพรรคเพื่อไทยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ว่า นโยบายที่เราชูกับพี่น้องประชาชนเราทำอะไรไปบ้าง โครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนถามว่า ทำไมการที่เราแจกไป 2 เฟสเด็กไม่ได้ แล้วประชาชนที่เหลือถึงไม่ได้ ตนได้นำเรียนพี่น้องประชาชนว่า จริงๆ แล้วการที่เราไปเป็นรัฐบาล เราจะต้องบริหารเงินงบประมาณ ไม่ใช่เพียงแค่ดิจิทัลวอลเล็ตอย่างเดียว ยังมีความจำเป็นทางด้านอื่นๆ อีกมากมาย เราจึงต้องจัดสรรแล้วจ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเฟส เราได้มีการพิจารณาว่าในงบประมาณปี 68-69 มีความจำเป็นต้องใช้อะไรบ้าง 

เราจะได้จัดสรรงบประมาณมาให้กับพี่น้องประชาชนในส่วนที่ยังไม่ได้ แต่ในช่วงรอยต่อที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ไม่ได้ดำรงตำแหน่งนั้น มีการเปลี่ยนรัฐบาล  มาเป็นรัฐบาลของนายอนุทิน แต่ยังมีงบประมาณ เรียกว่างบกลางเหลืออยู่ เราเข้าใจว่าในงบประมาณปลายปี68 เราจะได้มีโอกาสได้จัดสรรเงินดิจิทัลวอลเล็ตไปส่วนที่เหลือให้กับพี่น้องประชาชนบางกลุ่ม ตนได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้บิดเบือน ไม่ได้ใส่ร้าย สิ่งที่ตนพูดคือเป็นความจริงจากแนวทางปฏิบัติ ไม่ว่าในช่วงของการพิจารณางบประมาณในช่วงของการพิจารณางบประมาณในปี68 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังบอกว่ามีงบกลางที่เหลืออยู่ แล้วก็ดูความจำเป็นว่าเราจะทำดิจิทัลวอลเล็ต ต่อหรือไม่ นี่คือขั้นตอนของงบประมาณ การจะทำพิจารณางบประมาณจำเป็นเดือดร้อน ทุกๆครั้ง ครม.จะขอนายกฯ ของบกลาง เราจะใช้งบกลาง

โดยงบกลางต้องผ่านมติครม.ตอนนั้นต้องเห็นชอบหมดทุกพรรคที่เข้าร่วมเป็น ครม. และตอนที่ตนอยู่ร่วมรัฐบาล เห็นพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ยกมือแล้วไม่มีใครคัดค้าน แต่เมื่อวันหนึ่งที่ตนออกมาหลังจากยุบสภาฯ พี่น้องประชาชนถามว่าทำไมพี่น้องประชาชนบางส่วนถึงไม่ได้ ตนได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่างบประมาณปี 69 เราไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว แต่รัฐบาลของนายอนุทิน ได้เอาเงินงบประมาณที่ผ่านพิจารณา มาทำเป็นโครงการคนละครึ่งพลัส ทั้งหมดคือความจริง นายศุภชัย ควรชี้แจงต่อประชาชนว่าทำไมโครงการดิจิทัล วอลเล็ตถึงไม่ทำต่อ เช่นเดียวกับคนละครึ่งพลัส ท่านเองก็ไม่สามารถอนุมัติให้พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง ท่านยังมีจำนวนคงเหลือพี่น้องประชาชนตกค้างอีกหลายล้านคนที่ยังไม่สามารถได้โครงการคนละครึ่งพลัส นายอนุทินยังมาแถลงกับพี่น้องประชาชนว่าท่านกลับมาเป็นนายกฯ จะได้ใช้หนี้ ติดค้างประชาชนไว้อีก 2,400 บาทนั้น นี่จะไม่ใช่เป็นการที่สัญญาว่าจะให้หรือ ตนฝากถามถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ทั้งนี้ นางมนพร กล่าวอีกว่า ตนเป็น สส. มีโอกาสได้สื่อสารกับพี่น้องประชาชน มีโอกาสได้ชี้แจงว่าเงินตรงนี้เราไปทำอะไรบ้าง และเงินตรงนี้รัฐบาล เอาไปทำอะไรบ้าง ควรใช้เวทีตรงนี้ ชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน แล้วทำความเข้าใจ โดยการที่จะเอาคำปราศรัยของตนไปยื่นร้องต่อ กกต. ตนคิดว่ามันไม่แมน เพราะสิ่งหนึ่งที่ตนมอง การที่นักการเมืองคนหนึ่งได้ลุกขึ้นมาปราศรัยก็ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาถึงการใช้จ่ายงบประมาณ มันคือเรื่องจริงทั้งหมด แต่หันกลับไปดูว่าท่านในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทยได้ออกมาชี้แจงเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนหรือไม่