สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่าเมื่อเวลา 04.21 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 3 ม.ค. ในสหรัฐ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล ว่าหน่วยรบพิเศษของสหรัฐ “ปฏิบัติภารกิจอันห้าวหาญ” ในการบุกจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา ถึงภายในบ้านพัก ที่กรุงการากัส
แม้ปฏิบัติการครั้งนี้จะสร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก แต่แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์เปิดเผยว่า แผนการสำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งเป็นภารกิจซับซ้อนที่สุดครั้งหนึ่งของสหรัฐ ได้รับการเตรียมการมานานหลายเดือน และเจ้าหน้าที่ทุกนายซึ่งเข้าร่วมภารกิจ ต้องซักซ้อมเป็นอย่างดีตามขั้นตอน
Mock house, CIA source and special forces: The US operation to capture Maduro https://t.co/qyWgxSQ0QW
— ST Foreign Desk (@STForeignDesk) January 4, 2026
หน่วยรบพิเศษของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงหน่วยเดลตา ฟอร์ซ ของกองทัพบก ทำการสร้างบ้านพักจำลองที่ถอดแบบมาจากเซฟเฮาส์ของมาดูโร เพื่อฝึกซ้อมวิธีการบุกจู่โจมเข้าสู่ที่พักของผู้นำเวเนซุเอลา ซึ่งมีการป้องกันอย่างแน่นหนา
The CIA had a source within the Venezuelan government that provided the U.S. spy agency with information on Maduro’s movements and location, leading to the U.S. Special Operations raid that captured him and his wife. Per @wstrobel pic.twitter.com/XfHHv2R7ZU
— John Hudson (@John_Hudson) January 3, 2026
ขณะที่สำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) ส่งสายลับเข้าไปแฝงตัวอยู่ในเวเนซุเอลา ตั้งแต่เดือน ส.ค. ปีที่แล้ว เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของผู้นำเวเนซุเอลาและภริยา ทำให้การบุกจับกุมเป็นไปอย่างราบรื่น
ยิ่งไปกว่านั้น เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส และเดอะ วอชิงตัน โพสต์ รายงานโดยอ้างเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าว ว่าซีไอเอถึงขั้นสามารถให้สายลับเข้าไปแฝงตัวอยู่ในรัฐบาลเวเนซุเอลา “ในระดับที่ใกล้ชิด” กับมาดูโร เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว และระบุตำแหน่งที่แน่ชัด จนถึงนาทีให้สัญญาณหน่วยรบพิเศษเพื่อเริ่มปฏิบัติการ

เมื่อองค์ประกอบทุกอย่างพร้อม ทรัมป์อนุมัติปฏิบัติการตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา แต่ทางฝ่ายวางแผนทหารและข่าวกรองเสนอให้รอสภาวะอากาศที่เอื้ออำนวยและท้องฟ้าเปิด จนกระทั่งเวลา 22.46 น. ของวันที่ 2 มกราคม ทรัมป์จึงให้สัญญาณไฟเขียวขั้นสุดท้ายแก่ปฏิบัติการที่มีรหัสลับว่า “แอบโซลูต รีซอล์ฟ” (Operation Absolute Resolve) ตามการเปิดเผยโดยพล.อ.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐ
เมื่อได้เวลา เครื่องบินรบของสหรัฐหลายลำได้ทะยานขึ้นจากฐานทัพหลายแห่ง และทำการโจมตีเป้าหมายในและรอบกรุงการากัส รวมถึงระบบป้องกันทางอากาศ พล.อ.อ.เคน กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ใช้เครื่องบินมากกว่า 150 ลำ จากฐานทัพ 20 แห่ง รวมถึงเครื่องบินเอฟ-35 เอฟ-22 และเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-1
ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษสหรัฐพร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้าสู่กรุงการากัส โดยมีการเตรียมอุปกรณ์ตัดโลหะมาด้วย เผื่อกรณีที่ต้องตัดประตูเหล็กของบ้านมาดูโร
จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 3 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่นในเวเนซุเอลา เจ้าหน้าที่ของสหรัฐเดินทางไปถึงบ้านพักของมาดูโร ซึ่งมีการยิงต่อสู้อย่างหนักจากเจ้าหน้าที่อารักขาผู้นำเวเนซุเอลา มีเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งถูกยิงแต่ยังคงทำการบินต่อไปได้ เมื่อถึงที่หมาย เจ้าหน้าที่ทำลายประตูเหล็กก่อนบุกเข้าไปในเซฟเฮาส์
พล.อ.อ.เคนกล่าวว่า เมื่อหน่วยรบพิเศษบุกเข้าไปถึงด้านใน มาดูโรและภริยายอมจำนน หลังพยายามหนีไปยังอีกห้องหนึ่ง แต่ไม่ทันการ
ทั้งนี้ ปฏิบัติการเสร็จสิ้น เมื่อเวลา 03.20 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเวเนซุเอลา โดยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพสหรัฐพร้อมมาดูโรและภริยา เดินทางพ้นเขตแผ่นดินของเวเนซุเอลา.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, AFP



