สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่าเมื่อเวลา 04.21 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 3 ม.ค. ในสหรัฐ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล ว่าหน่วยรบพิเศษของสหรัฐ “ปฏิบัติภารกิจอันห้าวหาญ” ในการบุกจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา ถึงภายในบ้านพัก ที่กรุงการากัส


แม้ปฏิบัติการครั้งนี้จะสร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก แต่แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์เปิดเผยว่า แผนการสำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งเป็นภารกิจซับซ้อนที่สุดครั้งหนึ่งของสหรัฐ ได้รับการเตรียมการมานานหลายเดือน และเจ้าหน้าที่ทุกนายซึ่งเข้าร่วมภารกิจ ต้องซักซ้อมเป็นอย่างดีตามขั้นตอน


หน่วยรบพิเศษของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงหน่วยเดลตา ฟอร์ซ ของกองทัพบก ทำการสร้างบ้านพักจำลองที่ถอดแบบมาจากเซฟเฮาส์ของมาดูโร เพื่อฝึกซ้อมวิธีการบุกจู่โจมเข้าสู่ที่พักของผู้นำเวเนซุเอลา ซึ่งมีการป้องกันอย่างแน่นหนา


ขณะที่สำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) ส่งสายลับเข้าไปแฝงตัวอยู่ในเวเนซุเอลา ตั้งแต่เดือน ส.ค. ปีที่แล้ว เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของผู้นำเวเนซุเอลาและภริยา ทำให้การบุกจับกุมเป็นไปอย่างราบรื่น

ยิ่งไปกว่านั้น เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส และเดอะ วอชิงตัน โพสต์ รายงานโดยอ้างเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าว ว่าซีไอเอถึงขั้นสามารถให้สายลับเข้าไปแฝงตัวอยู่ในรัฐบาลเวเนซุเอลา “ในระดับที่ใกล้ชิด” กับมาดูโร เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว และระบุตำแหน่งที่แน่ชัด จนถึงนาทีให้สัญญาณหน่วยรบพิเศษเพื่อเริ่มปฏิบัติการ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ พร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน รวมถึงนายจอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการซีไอเอ และนายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ อยู่ที่คฤหาสน์ของทรัมป์ ในเมืองเวสต์ปาล์มบีช ที่รัฐฟลอริดา เพื่อชมการถ่ายทอดสดปฏิบัติการของหน่วยรบพิเศษ ในการควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา


เมื่อองค์ประกอบทุกอย่างพร้อม ทรัมป์อนุมัติปฏิบัติการตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา แต่ทางฝ่ายวางแผนทหารและข่าวกรองเสนอให้รอสภาวะอากาศที่เอื้ออำนวยและท้องฟ้าเปิด จนกระทั่งเวลา 22.46 น. ของวันที่ 2 มกราคม ทรัมป์จึงให้สัญญาณไฟเขียวขั้นสุดท้ายแก่ปฏิบัติการที่มีรหัสลับว่า “แอบโซลูต รีซอล์ฟ” (Operation Absolute Resolve) ตามการเปิดเผยโดยพล.อ.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐ


เมื่อได้เวลา เครื่องบินรบของสหรัฐหลายลำได้ทะยานขึ้นจากฐานทัพหลายแห่ง และทำการโจมตีเป้าหมายในและรอบกรุงการากัส รวมถึงระบบป้องกันทางอากาศ พล.อ.อ.เคน กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ใช้เครื่องบินมากกว่า 150 ลำ จากฐานทัพ 20 แห่ง รวมถึงเครื่องบินเอฟ-35 เอฟ-22 และเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-1


ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษสหรัฐพร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้าสู่กรุงการากัส โดยมีการเตรียมอุปกรณ์ตัดโลหะมาด้วย เผื่อกรณีที่ต้องตัดประตูเหล็กของบ้านมาดูโร


จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 3 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่นในเวเนซุเอลา เจ้าหน้าที่ของสหรัฐเดินทางไปถึงบ้านพักของมาดูโร ซึ่งมีการยิงต่อสู้อย่างหนักจากเจ้าหน้าที่อารักขาผู้นำเวเนซุเอลา มีเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งถูกยิงแต่ยังคงทำการบินต่อไปได้ เมื่อถึงที่หมาย เจ้าหน้าที่ทำลายประตูเหล็กก่อนบุกเข้าไปในเซฟเฮาส์


พล.อ.อ.เคนกล่าวว่า เมื่อหน่วยรบพิเศษบุกเข้าไปถึงด้านใน มาดูโรและภริยายอมจำนน หลังพยายามหนีไปยังอีกห้องหนึ่ง แต่ไม่ทันการ


ทั้งนี้ ปฏิบัติการเสร็จสิ้น เมื่อเวลา 03.20 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเวเนซุเอลา โดยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพสหรัฐพร้อมมาดูโรและภริยา เดินทางพ้นเขตแผ่นดินของเวเนซุเอลา.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, AFP