เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ตลาดริมคลอง ซอยเจริญกรุง 103 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจของนิด้าโพลที่ระบุว่าประชาชนใน จ.สงขลา กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ สนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงสนับสนุนผู้สมัคร สส.ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ ของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ตนขอขอบคุณชาวสงขลาสำหรับการสนับสนุน ทั้งนี้ ตนและนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคฯ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยพบปะประชาชนที่รอคอยการมีรัฐบาลที่เข้ามาฟื้นฟู อ.หาดใหญ่ และเอาจริงเอาจังกับปัญหาหลายอย่างของ จ.สงขลา ซึ่งตนและนายกรณ์ได้นำเสนอนโยบายหลายเรื่อง
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการซื้อเสียงในการเลือกตั้งล่วงหน้า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชัดเจนในการดูแล เพราะการเลือกตั้งล่วงหน้า ถ้าเป็นการเลือกในเขตเลือกตั้ง ต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไมจึงต้องเลือกล่วงหน้า ส่วนการเลือกตั้งนอกเขตนั้น เข้าใจอยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องที่ผู้มีสิทธิไม่สะดวกกลับไปเลือกในเขตที่มีชื่ออยู่ ตนจึงอยากให้กกต.เอาจริงเอาจัง เพราะมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องดังกล่าวมาหลายครั้ง เนื่องจากในการเลือกตั้งล่วงหน้ากฎกติกาหลายอย่างไม่เข้มงวดเหมือนกับวันเลือกตั้งจริง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าพบการซื้อเสียงสส.ล่วงหน้า เพื่อให้ไปโหวตเลือกบุคคลชื่ออักษรย่อ “อ.” เป็นนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์พูดติดตลกว่า “มี อ.อ่างหลายคนนะ” จากนั้น กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้ไปถามนายนิพิฏฐ์ สำหรับสิ่งที่ตนรู้มีแต่ในข่าว และยังไม่ได้คุยในรายละเอียดกับนายนิพิฏฐ์
เมื่อถามว่าแม้ยังไม่ได้เลือกตั้ง แต่เริ่มจองตัวขอเสียง สส.กันแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนหวังว่าจะไม่มีอย่างนี้ เพราะเรื่องนี้เป็นที่วิจารณ์กันมาจนทำให้สภาผู้แทนราษฎรเสียชื่อเสียงมาหลายปีแล้ว สิ่งหนึ่งที่พยายามพูดในครั้งนี้ คือทำอย่างไรในการกอบกู้เรื่องการเมืองสุจริต ไม่ให้ภาพลักษณ์ของสภา เป็นเรื่องของการหยิบยื่นผลประโยชน์ ซึ่งทำให้ สส.ไม่มีเรื่องวินัยพรรค และมีปัญหามาตลอด รวมถึงการไปจับกลุ่มแยกค่ายต่างๆ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนหมดศรัทธาทางการเมือง
เมื่อถามว่ากังวลมากน้อยแค่ไหนกับการเลือกตั้งที่มีการใช้เงิน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะรู้ว่าต้องเจออะไร เที่ยวนี้พยายามเชิญชวนประชาชน อาทิ ประชาชนใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตั้งใจเข้มแข็ง เที่ยวนี้ตนไม่อยากให้ทุนเข้ามาครอบงำ
ต่อข้อถามว่ากังวลหรือไม่กับการโหมกระแสให้ประชาชนเลือกข้างในการเลือกนักการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนอยากให้ประชาชนเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ นั่นคือ เจตนารมณ์ที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง ถ้าไปกังวลเรื่องนี้ เรื่องนั้น จะวนเวียนเหมือนที่ผ่านมาสุดท้ายอาจจะสะใจ ดีใจ ชั่วคราว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศ ไม่ได้ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีบางพรรคปลุกกระแสเรื่องรักชาติ เรื่องทหาร และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขึ้นมาเป็นจุดขาย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คนไทยพอใจกับการที่กองทัพได้ปฏิบัติหน้าที่ได้ดี และตนขอบคุณรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้กองทัพทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่จากนี้ไปเป็นงานของรัฐบาลที่ยากขึ้นในเรื่องการต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ทุกคนเสียสละกันมา ไม่สูญเปล่า หรือไม่ถอยหลังกลับไปอยู่ที่เดิม ตนอยากให้ทุกพรรคการเมืองเอาใจช่วย และเป็นหนึ่งเดียวในเรื่องดังกล่าว ไม่ควรเป็นเรื่องที่ต้องมาแบ่งแยกหรือแข่งขันกัน
เมื่อถามว่าในช่วงเวลาที่เหลืออีก 1 เดือน พรรคประชาธิปัตย์จะมียุทธวิธีอะไรในการดึงคะแนนเสียงจากกลุ่มพลังเงียบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การที่ประชาชนตอบว่ายังหาใครไม่ได้ หรือยังไม่ตัดสินใจนั้น แสดงว่าอาจยังไม่ถูกใจ หรือยังไม่ตรงใจ ดังนั้นสิ่งที่เราพยายามนำเสนอ คือขอให้ประชาชนกลับมาพิจารณาพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหลายคนบอกว่าอาจไม่มีโอกาสรับรู้หรือหันมามองระยะหนึ่ง ก็กลับมาดูพวกเราว่าสิ่งที่พวกเรามีดีกลับมาหรือไม่ และมีสิ่งที่จำเป็นต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือไม่



