แต่ต้องบอกว่า จะเล่นการเมืองอะไรกันก็อย่าให้มีประเด็นแบบนี้เกิดขึ้นเลย ทั้งคนเริ่มทั้งคนโหน ถ้าจะด่าฝ่ายการเมือง ก็ตั้งชื่อเป็นตัวบุคคลกันไปเถอะ เมื่อก่อนก็เห็นตีวาทกรรม“ระบบทักษิณ”บ้าง“ระบอบคสช.”บ้าง มาเหนียมอะไรตอนนี้
หยุดเรื่องวาทกรรม ขอให้กลับมามองเรื่องที่ควรจะช่วยกันส่งเสียง เพราะสำคัญแต่ทำไมฝ่ายการเมืองเงียบ ทั้งที่เกี่ยวกับชีวิตความปลอดภัยของประชาชน ในเมืองที่มีการก่อสร้างมาก เราไม่รู้เลยว่า อยู่ๆ จะเกิดอุบัติเหตุอะไร แล้วมีผู้รับผิดชอบอย่างสมน้ำสมเนื้อหรือไม่ ?? ยิ่งเข้าหน้าฝนลมแรงมีพายุ โอกาสเกิดยิ่งมีเพิ่ม ความรับผิดชอบของผู้รับเหมามีแค่ไหน ??
ในการประชุมสภาวันที่ 28 พ.ค. เราได้พบการประจานความเลื่อนลอยของรัฐบาล จากที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ ระหว่างการก่อสร้างถนนพระรามสอง และมีรัฐมนตรีคมนาคมพูดขึ้นมาเรื่องนโยบายสมุดพกผู้รับเหมา “ใครที่งานมีปัญหาบ่อยๆ จะไม่ให้รับงานภาครัฐ” ซึ่งอุบัติเหตุใหญ่จากผู้รับเหมาล่าสุดคือ เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟสาย กทม.-อุบลราชธานี ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 69 ผลสอบพบว่า บริษัทก่อสร้าง-ที่ปรึกษา มีความผิด
“สส.แบงค์”ศุภณัฐ มีนชัยนันทน์ สส.กรุงเทพ พรรคประชาชน ( ปชน.) อภิปรายว่า ถือว่าสามารถบอกยกเลิกสัญญา แล้วขึ้นแบล็กลิสต์เป็นผู้ทิ้งงานได้ ช่วงเกิดเหตุใหม่ๆ นายกฯ ออกแอคชั่นบอกว่าต้องสั่งยกเลิกสัญญาทันที แต่จนถึงวันนี้ยังไม่เห็นการยกเลิกสัญญาใดๆ รัฐบาลจะสั่งหน่วยงานในกำกับให้บอกยกเลิกสัญญากับ บริษัท อิตาเลียน-ไทย ที่ทำการก่อสร้าง แล้วขึ้นแบล็กลิสต์เป็นผู้ทิ้งงานไม่ให้เข้ามาประมูลงานรัฐได้อีกหรือไม่
“รมช.โต้ง”สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงว่า ได้หารืออัยการสูงสุด ได้ความว่า “การใช้ดุลพินิจของ รฟท. ในการบอกเลิกสัญญาทางปกครอง ควรคำนึงผลดีผลเสีย ประโยชน์สาธารณะ หลักความได้สัดส่วน รฟท. บอกเลิกสัญญา แล้วขึ้นแบล็กลิสต์รายนี้ แต่อาจมีปัญหาการฟ้องร้องต่อไปในอนาคต และหากมีการยกเลิกสัญญาในช่วงนี้ คาดว่ากระบวนการก่อสร้างจะยาวไปอีก รวมถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจาก 5 เดือน จะขยับออกไปเป็น 2 ปี”
และว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมนี้ ยืนยันว่าไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้เท่านั้น แต่เกิดขึ้นจากความหละหลวมในการดำเนินการมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง” ตอบงี้เล่นเอาคนฟังตบเข่าฉาด !!! ว่า ไม่เกิดในรัฐบาลนี้แล้วรัฐบาลนี้จะไม่แก้ไขรึ ??
เลยเจอ สส.แบงค์สอนมวย “ขอฝากไปยังนายกรัฐมนตรีว่าวันหลังนายกรัฐมนตรีจะสั่งอะไร ปรึกษาอัยการฯ ก่อน ไม่ใช่สั่งเอาภาพ สั่งสร้างภาพ แล้วสุดท้ายทำไม่ได้ และแนะนำว่า สามารถใช้เหตุจากตึก สตง. ถล่ม ที่บริษัทผู้รับจ้างเดียวกัน กระทำผิดเช่นเดียวในการยกเลิกสัญญา แล้วขึ้นแบล็กลิสต์ได้”พร้อมถามความคืบหน้าสมุดพกผู้รับเหมา
นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า “สมุดพก กระทรวงคมนาคมติดตามอยู่ เรามีการสอบถามจากกรมบัญชีกลาง ยอมรับว่าตอบไม่ได้ว่าจะเสร็จเมื่อใด เพราะผมไม่ได้เป็นคนเซ็นอนุมัติ คนออกสมุดพกคือกรมบัญชีกลาง แต่แนวทางหารือได้รับคำตอบจากกรมบัญชีกลางว่า ให้ความสำคัญกับทีโออาร์มาเป็นอันดับแรก สมุดพกคือการหักแต้มหลังเกิดเหตุ”
ตกลงว่า สมุดพกผู้รับเหมานี่มีอำนาจอะไร ??!! เหมือนทำอะไรวินาศสันตะโรไว้ ก็แค่ถูกติ๊กชื่อฟ้องครู แล้วจบ??!! ดูเป็นความท่าดีทีเหลวที่รัฐบาลควรอาย ระวังเขาจะด่าเอาว่า ทำตัวเป็นกุ้ง ตอนขู่พุ่งกรีจะแทงเต็มที่ พอสู้จริงขี้เต็มหัว
เราต้องอย่าช่วยกันปล่อยผ่าน เพราะ 1 เป็นเรื่องความปลอดภัยในการใช้ชีวิต สวัสดิภาพประชาชนฝ่ายบริหารต้องดูแล 2. อย่าให้นักการเมือง ไม่ว่าพรรคไหน พูดรับปากไปวันๆ ถึงเวลาเนียนๆ ทำเงียบไปง่ายๆ ไม่อย่างนั้นก็พูดส่งเดชมาอีก.



