เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ลานหน้าลิโด้ สยามสแควร์ พรรคไทยสร้างไทย นำโดย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ดร.โภคิน พลกุล, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร พร้อมด้วย น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ จินนี่ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่ขอเสียงสนับสนุน และเปิดนโยบาย “ดูแลคนไทยตั้งแต่ในครรภ์จนแก่” ของพรรคไทยสร้างไทย ทำให้คนไทยหายเหนื่อยกับการดำรงชีวิต มีชีวิตที่มีความสุข และมีความมั่นคงในชีวิตทุกช่วงวัย
โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ไทยสร้างไทยตระหนักว่าคนไทยทุกคนควรมีสิทธิที่จะได้รับการดูแลจากรัฐ ให้มีชีวิตที่ดี มีความมั่นคงในชีวิตทุกช่วงวัย จากงบประมาณของรัฐปีละเกือบ 4 ล้านล้าน เป็นเงินภาษีประชาชน และภาระเงินกู้ที่ประชาชนต้องร่วมกันรับผิดชอบชั่วลูกชั่วหลาน แต่ในความเป็นจริง คนไทยส่วนใหญ่กลับมีชีวิตอยู่ด้วยความทุกข์ยาก ต้องเผชิญกับความยากจน ขาดโอกาสในทุกด้าน ต้องอยู่ด้วยความกังวลในการใช้ชีวิตทุกช่วงวัย จะมีลูกก็กลัวไม่มีเงินเลี้ยงดู ไม่มีเงินส่งเรียน เด็กเกิดใหม่จึงลดลงอย่างมาก เหลือแค่ 400,000 คนต่อปี จะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตที่จะกระทบเศรษฐกิจไทยและระบบแรงงานอย่างหนัก
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า เมื่อถึงวัยทำงาน ก็ขาดโอกาสในการสร้างตัว คนไทยส่วนใหญ่จึงมีฐานะปานกลางถึงยากจน และมีหนี้สินล้นพ้นตัว จนหนี้ครัวเรือนสูงถึงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เมื่อถึงวัยชราจึงเป็นคนแก่ที่ยากจน และเจ็บป่วย เป็นภาระของลูกหลาน และงบประมาณแผ่นดินในการดูแลรักษาจำนวนมหาศาล จะเห็นว่าคนไทยถูกทอดทิ้ง ขาดการเหลียวแลอย่างจริงใจจากผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะนักการเมือง ที่มักพูดว่าทำเพื่อประชาชนซึ่งเป็นเพียงวาทกรรมที่ไม่มีอยู่จริง ประชาชนมีอำนาจเพียงวันเดียวคือวันเลือกตั้ง จากนั้นก็ถูกทิ้งขว้าง
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ไทยสร้างไทยเห็นว่าถึงเวลาที่นักการเมืองทุกคนจะต้องทำเพื่อประชาชนอย่างจริงใจ งบประมาณเกือบ 4 ล้านล้านต้องกลับมาดูแลคนไทยอย่างเต็มที่ ไม่ใช่หมดไปกับการโกงกินของข้าราชการและนักการเมืองทุจริต ปีละหลายแสนล้าน ไทยสร้างไทยขอคืนสิทธิของคนไทย ด้วยการจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความสุจริต เพื่อนำเงินภาษีของประชาชนกลับมาดูแลคนไทย ให้มีชีวิตที่มีความสุขและมีความมั่นคงตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงวัยชรา เริ่มจากการลงทุนเพื่อสร้างคนไทยที่เก่งและดี ตั้งแต่ในครรภ์จนถึง 6 ขวบ จะได้รับการดูแลเดือนละ 2,000 บาท เพื่อให้เด็กมีโภชนาการที่ดี ได้รับการพัฒนาทั้งร่างกายและสมอง เมื่อถึงวัยเรียนได้เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี ลดเวลาเรียนลง 3–4 ปี เด็กจะเรียนจบ ทำงานได้ที่อายุ 18 ปี ปรับหลักสูตรให้เด็กคิดเป็น มีทักษะที่โลกต้องการ
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน คนไทยทุกคนควรมีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อตั้งตัว ถ้าไทยสร้างไทยเป็นรัฐบาล เราจะทำกองทุนตั้งตัว ให้กู้ทำทุน 10,000–100,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำ แค่บัตรประชาชนก็กู้ได้ และเมื่อถึงวัยชรา เราจะดูแลผู้สูงอายุด้วยบำนาญ 3,000 ต่อเดือน เป็นการจ้างให้ผู้สูงวัยเข้าโปรแกรมสร้างสุขภาพ และโปรแกรมอัปสกิล เพื่อให้ผู้สูงอายุสุขภาพแข็งแรงและกลับมาทำงานได้ ไม่เป็นภาระลูกหลาน และยังช่วยประหยัดงบประมาณในการรักษาพยาบาลอีกปีละเป็นแสนล้าน ที่สำคัญเงิน 3,000 บาท จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน เป็นพายุหมุนเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง
ด้าน ดร.โภคิน กล่าวว่า การที่ประเทศจะเดินหน้าต่อไปได้จะต้องมีทิศทางที่ดี ประเทศเก่งทุกเรื่องไม่ได้แต่สามารถเก่งได้ใน 4 เรื่อง ได้แก่ 1.เรื่องอาหาร 2.เรื่องสุขภาพ 3.เรื่องการท่องเที่ยว 4.ใช้ที่ตั้งประเทศให้เป็นประโยชน์ แต่เป้าหมายสูงสุดคือทำให้ประชาชนตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงสูงวัยมีชีวิตที่มั่นคงมีคุณภาพและไม่จน
ขณะที่ พล.ท.ภราดร ยังกล่าวว่าถึง 4 นโยบายเร่งด่วนของพรรคไทยสร้างไทย ได้แก่ 1.ปิดจบสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 2.ปิดจบสแกมเมอร์ 3.ปิดจบทุจริตคอร์รัปชัน และ 4.พิชิตความเหลื่อมล้ำกับพี่น้องประชาชน พร้อมกล่าวย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญมากเพราะเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างการเมืองสีขาวกับการเมืองสีเทา จึงอยากให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิอย่างเต็มที่ และขอฝากพรรคไทยสร้างไทยด้วย
ผู้สื่อข่างถามว่าตั้งเป้าหมาย สส.กี่เก้าอี้ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ตอนนี้สื่อมวลชนและประชาชนส่วนใหญ่ จะเล็งพรรคใหญ่ ทุนหนา มีบ้านใหญ่จำนวนมาก และตอนนี้เม็ดเงินที่เข้ามาสู่ระบบการเลือกตั้ง สส. 1 เขต 70-100 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินเทา แต่สำหรับพรรคไทยสร้างไทยที่ยืนอยู่วันนี้ อยากบอกประชาชนว่า หากเลือกแบบเดิมเลือกพรรคบ้านใหญ่ ทุนหนา ลงทุนเยอะแต่ละพรรคก็คงหมดเป็นหมื่นล้าน แล้วจะเลือกไปทำไม เลือกให้ไปถอนทุนกลับไปปล้นประชาชน และกลับมามีชีวิตที่ยากลำบากแบบเดิม วันนี้ พรรคไทยสร้างไทยจึงเสนอตัว และเป็นพรรคที่ไม่โกง มีประสบการณ์ บริหารงานสำเร็จมาแล้ว อดีตของแคนดิเดตทั้ง 2 คนเป็นเครื่องการันตี ทำได้จริงไม่ใช่วาทกรรม
“ตอนนี้หลายคนอาจจะมองพรรคไทยสร้างไทยเป็นพรรคเล็กแต่ถ้าประชาชนเห็นด้วยแล้วเลือกเข้ามามาก ๆ เราก็จะมีเสียงมากพอทำงานให้กับประชาชน และจะเข้าไปบริหารประเทศแน่นอน ขอให้เลือกให้มากพอ ไม่เกี่ยง เป็นพรรคเล็กแต่คิดใหญ่ทำเป็น และมั่นใจว่าทำงานสำเร็จ วันนี้ขอให้ได้มากที่สุดเท่าที่ประชาชนจะเมตตา” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว
เมื่อถามอีกว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ คาดหวังมากน้อยแค่ไหนเพราะเป็นการช่วงชิงระหว่างพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยคาดหวังทุกที่และหวังว่าประชาชนจะเห็นด้วยกับเรา ทำดีที่สุด แข่งกับตัวเอง
เมื่อถามย้ำว่าหลังการเลือกตั้งจะจับมือกับใคร คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่ยุคของการเมืองที่สู้กันระหว่างเผด็จการกับประชาธิปไตย แต่การเมืองที่ต้องแข่งขันกันนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชน วันนี้ยังมองไม่เห็นว่าพรรคที่บอกว่าไม่จับกับคนนั้นคนนี้ ที่สุดแล้วอาจเป็นแกงโฮะก็ได้ ขอดูหลังเลือกตั้งดีกว่า ว่ามีความจริงใจกับสุจริตหรือไม่ แต่ระวังเป็นแกงโฮะนะ



