เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคโอกาสใหม่ จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่สนามโรงเรียนบ้านนากระตึบ ตำบลท่าม่วง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนายประภาส ยงคะวิสัย หรือ “แอสป้า” นักสู้เพื่อประชาธิปไตย และแม่ทัพพรรคโอกาสใหม่ภาคอีสาน ขึ้นเวทีปราศรัย เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 4 อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางประชาชนจากอำเภอเสลภูมิ ทุ่งเขาหลวง โพนทอง และธวัชบุรี เข้าร่วมรับฟังกว่า 3,000 คนโดยเปิดตัวน.ส.สุทธิกานต์ สิทธิ์ประภากูล อายุ 32 ปี ลูกสาวนายเจริญ สิทธิ์ประภากูล รองนายก อบจ.ร้อยเอ็ด เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง อดีตที่ปรึกษารมช.คมนาคม พร้อมท้าชนตัวเต็งจากพรรคใหญ่

โดยน.ส.สุทธิกานต์ กล่าวแนะนำตัวต่อประชาชน ยืนยันความพร้อมทั้งประสบการณ์ ความรู้ และหัวใจที่ตั้งใจเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ภายใต้สโลแกนปลดล็อกคนอีสาน สร้างโอกาสใหม่ พร้อมประกาศจุดยืนไม่หวั่นแม้ต้องเผชิญคู่แข่งจากพรรคใหญ่ เพราะเชื่อมั่นว่าการเมืองที่สุจริตและจริงใจ จะได้รับโอกาสจากประชาชน

ด้านนายเจริญ ขึ้นเวทีปราศรัยขอแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน ให้โอกาสลูกสาวได้เข้าไปทำหน้าที่ สส. เป็นกระบอกเสียงในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อร่วมพัฒนาร้อยเอ็ดให้ก้าวหน้า พร้อมย้ำความมั่นใจว่า เราทำการบ้านมาตลอด และได้รับเสียงสนับสนุนจสกพี่น้องประชาชนให้ลงสู้ศึกเลือกตั้งในครั้งนี้ ไม่ว่าสู้เสือ หรือสู้ช้าง เราไม่กลัว เพราะตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ ทำการบ้านมาตลอด 

ขณะที่นายประภาส ปราศรัยชูนโยบายเด่นของพรรคโอกาสใหม่ ภายใต้สโลแกนมีเราไม่มีมืด โดยยืนยันเป็นนโยบายที่จับต้องได้และแก้ปัญหาปากท้องประชาชน อาทิ นโยบายท้องรับหมื่น เกิดรับแสน, ไฟฟ้าฟรีและไฟฟ้าพลังงานโซลาร์เซลล์ใช้ฟรีทั่วประเทศ, รัฐธรรมนูญเกษตร กำหนดราคาพืชผล ข้าวกิโลกรัมละ 10 บาท มันสำปะหลัง 10 บาทต่อกิโลกรัม อ้อยตันละ 2,000 บาท รวมถึงนโยบาย 1 อำเภอ 1 ห้างข้างถนน สนับสนุนงบแห่งละ 1 ล้านบาท และการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่

นายประภาส กล่าวอีกว่า กระแสความต้องการเปลี่ยนแปลงของประชาชนชาวร้อยเอ็ด เขต 4 เริ่มชัดเจน โดยเฉพาะความคาดหวังให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานการเมือง พร้อมย้ำว่าพรรคโอกาสใหม่ทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ ไม่โจมตีหรือเสียดสีใคร และเชื่อว่าจะสามารถปักธง สส.ร้อยเอ็ด เขต 4 ได้อย่างแน่นอน

สำหรับน.ส.สุทธิกานต์ มีประสบการณ์ทางการเมืองและงานนโยบาย เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารมช.คมนาคม ในปี 2565–2566 เป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม และที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งถูกจับตามองว่าเป็นคลื่นลูกใหม่ที่อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนสนามเลือกตั้งร้อยเอ็ด เขต 4 ครั้งนี้.