ากกรณีที่จะเลือกบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ นายพนัส ไทยล้วน อดีตบอร์ดประกันสังคมชุดแต่งตั้ง และประธานสภาองค์การลูกจ้างแห่งประเทศไทย ได้ออกมาวิจารณ์การใช้เงิน ที่ตัดเงินค่าปฏิทิน ค่าเสื้อและหมวกในวันแรงงาน รวมถึงมีแนวโน้มจะส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้บอร์ดด้วย กลายเป็นความขัดแย้งกับ สส.พรรคประชาชน ( ปชน.) ปีกแรงงาน

วันที่ 3 มิ.ย.นายพนัสได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ปฏิทินราคาแผ่นละ10บาทเท่านั้น น้องๆที่เป็นผู้ประกันตนถามผมว่าผมไม่เคยป่วยหรือใช้สิทธิใดๆจากประกันสังคมมาตลอด 5 ปีนี้ ผมจ่ายเดือนละ500บาทปีละ6,000บาทประกันสังคมคืนกำไรเป็นปฏิทินให้กับผมในราคาแผ่นละ10 บาทเท่านั้น มันยังตัดออกไป ผมจะจำพวกมันไว้ผมฝ่าตีนเลย ผมบอกว่าเออก็จำให้ดีๆก็แล้วกันว่า ใครทำเรา ผมยังบอกต่อไปว่า เราน่าจะทำปฏิทินแจกให้กับผู้ประกันตนทุกคน ปีละ 1 ครั้งค่าใช้จ่ายคนละ 10 บาท ไอเดียนี้คิดว่า ถ้าทีมเรา ได้รับเลือก น่าจะต้องริเริ่ม

อย่างน้อยผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่อยู่ในโรงงาน10ล้านคน แถมแจกให้ถึงมือง่ายด้วย ไม่เป็นไรจำไว้จำให้ดีๆ ยังให้ขึ้นใจ บัญชีชำระแค้นกำลังมาแล้ว มันอยากเป็นศัตรูก็ได้ ไม่เป็นไรมันยากเย็นตรงไหนเลยในส่วนตัวไม่เคยหวั่นไหวกับเสียงนกเสียงกาเลย ถ้าทำในสิ่งที่ถูกต้องยึดหลักของผู้นำ สิงโตเดินหน้าไม่เคยหันมามองเวลาหมาเห่า”

“อาจารย์จั๊ก”ษัษฐรัมย์ ธรรมบุตรดี บอร์ดประกันสังคม เคยโพสต์ถึงการแสดงความเห็นของนายพนัส ว่า “ 20 ปี ของคุณพนัสที่อนุมัติไป คืองบ ปฏิทิน กับหมวก พันล้านบาทครับ เป็นบอร์ด 8 สมัย อย่าบอกว่างบบริหารไม่ใช่งบประกันสังคม ควรรู้ว่าเงินบริหารที่ใช้สุรุ่ยสุร่าย ก็คือเงินเด็ก เงินคนแก่ เงินคนป่วย ตัดงบพวกนี้ก็มีช่องว่างให้พัฒนาสิทธิประโยชน์ วันหนึ่งเราต้อง แก่ ป่วย ปวดฟัน ท้อง คลอดลูก ลูกหิวนม เราเอาปฏิทินอุดฟัน หรือขายหมวกแลกเงินบำนาญได้มั้ย ? ผมเป็นบอร์ดมา 1 สมัย เราเลือกสิ่งที่ง่ายมาก ยุบโครงการไม่มีประโยชน์ และนำไปเพิ่มสิทธิประโยชน์”

และยังโพสต์ด้วยว่า ประกันสังคมก้าวหน้า จะส่งผู้ประกันตน 7 คน ฝั่งผู้ประกอบการอีก 7 บอร์ดมี 21 ที่นั่ง เราต้องการ 14 ที่นั่ง เพื่อการปฏิรูปครั้งสำคัญ

กลายเป็นการเปิดหน้าจะทวงสิทธิ์ที่ฝ่ายพรรคส้มกำลังตัดออก เพราะเห็นว่าฟุ่มเฟือย การเลือกบอร์ดเที่ยวนี้จึงดูร้อนแรง ว่า เป็นการประทะระหว่างขั้วแนวคิดเก่ากับแนวคิดใหม่ กลุ่มไหนจะได้เข้ามาบริหารเงินประกันสังคมที่มีเป็นแสนล้าน การพยายามทวงสิทธิ์ที่เคยมีจะเป็นผลดีต่อการเลือกตั้งหรือไม่ต้องติดตาม บอร์ดชุดใหม่ เลือก วันที่ 27 ก.ย.2569 ผ่านระบบลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง และได้เปิดให้ผู้ประกันตนลงทะเบียนสำหรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.- 15 ก.ค. 2569 ผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม และแอปพลิเคชัน SSO Plus ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พล.ต.ท.รุทธพล นวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึง พระราชกฤษฎีกา ( พ.ร.ฎ.) พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ว่า มีรายชื่อ “อดีตนายกฯแม้ว”ทักษิณ ชินวัตร ได้รับอภัยโทษ ตามกฎหมายให้พ้นโทษเลย เพราะเหลือโทษไม่ถึง 1 ปี ตามมาตรา 8 หลังจากนี้จะยังมีขั้นตอนของคณะกรรมการอีกชั้นหนึ่งในการพิจารณา เมื่อได้ใบบริสุทธิ์ก็ปลดกำไลอีเอ็มได้

“เอม” พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวคนกลางของอดีตนายกฯ แม้ว กล่าวว่า รู้สึกดีใจกับคุณพ่อ ดีใจกับครอบครัวของเราและครอบครัวอื่นๆ ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ หลังจากนี้คงจะไปไหนมาไหนกันสะดวกมากขึ้น แต่ยังไม่ได้วางแผนเรื่องการเดินสายทำบุญ ก็คงทำในสิ่งดีๆ ได้รับอิสระ คุณพ่อก็สบายขึ้น แค่นี้ก็เป็นที่สุดของลูกๆกับครอบครัวแล้ว คุณพ่ออยู่บ้าน ช่วงนี้เงียบสงบดี แต่หลานเข้าไปหาหนาแน่น บอกได้เลยว่าหนาแน่น 7 คน

ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2569 ตามเวลาท้องถิ่นของฝรั่งเศส “รมต.อ้วน” สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีที่ฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ยื่นหนังสือถึงไทยและเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยยกเลิก MOU 2544 เพราะไม่มีความคืบหน้ามานานกว่า 20 ปี โดยมีเจตนาเพื่อเริ่มต้นเจรจากันใหม่ ไม่ใช่เพื่อเลี่ยงพันธะกรณีตามที่กัมพูชากล่าวอ้าง

ความจริงแล้วควรให้โอกาสการเจรจาระดับทวิภาคีก่อน เพราะกระบวนการประนอมภาคบังคับต้องใช้เวลาเกือบ 2 ปี ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนได้ชั่วคราว เจตนาของกัมพูชาจึงน่าสงสัยว่าต้องการสร้างเงื่อนไขและเอาเปรียบในเวทีโลก เขาควรจะบอกเราโดยตรง แล้วมาพูดคุยกันว่า ภายใต้กลไกแต่ละคนจะทำอะไรกันบ้าง กัมพูชาพยายามเรียกร้องให้ฟื้นฟูความสัมพันธ์และพูดคุยเรื่องความมั่นคงชายแดน แต่กลับปิดประตูการเจรจาเรื่องเขตแดนทางทะเลเสียเอง การทำสวนทางกันเช่นนี้ย่อมกระทบต่อความไว้เนื้อเชื่อใจ

คำวินิจฉัยของกระบวนการประนอมภาคบังคับก็ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย สุดท้ายทั้งสองประเทศก็ต้องกลับมาเจรจากันอยู่ดี ฝ่ายไทยได้เตรียมพร้อมรับมือในเส้นทางนี้ไว้แล้ว โดยมั่นใจในข้อมูลและความสามารถที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งในวันที่ 3 มิ.ย. 2569 จะเข้าหารือกับที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายชาวฝรั่งเศสเพื่อเตรียมการ”

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่สยามสแควร์วัน “ผู้ว่าฯทริป”ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ขึ้นรถแห่มายังสยามสยามสแควร์ เพื่อเปิดตัวป้ายหาเสียงชื่อว่า “เอ้า…เปิด” ที่ติดหน้าลิฟต์ ของห้างสยามสแควร์วัน และว่า มีคนบอกว่าผู้ว่าเดิมจะได้ของเดิมหรือไม่ ต้องบอกว่า ไม่ใช่เลย แม้ร่างกายเดิม แต่จิตใจ และแนวคิดใหม่ทุกวินาที นี่คือหัวใจของการบริหาร

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเศรษฐกิจเตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการแต่งตั้งผู้อำนวยการเขต และการทุจริตคอร์รัปชันผ่าน “ระบบอากง” ว่า “เรื่องซื้อขายตำแหน่ง ผอ.เขต เอาเลย แจ้งมาเลย แต่เมื่อพูดแล้วก็ต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเองนะ ถ้ามีหลักฐานจริง ผมไม่น่าจะรอดมาถึงทุกวันนี้ เพราะเรื่องความโปร่งใสและการทุจริตเป็นเรื่องที่มีคนจับตาอยู่แล้ว หากมีข้อมูลจริงก็ไม่จำเป็นต้องมาพูดในตอนนี้ ควรจะพูดตั้งแต่สมัยที่ผมดำรงตำแหน่งอยู่ ช่วงนี้เป็นช่วงการเลือกตั้ง การให้ข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับผู้สมัครอาจมีผลทางกฎหมายอาญาได้ ซึ่งใครพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง ตอนนี้ให้ฝ่ายกฎหมายติดตามเรื่องนี้

หากมีข้อมูลหรือมีใครแอบอ้างชื่อผม ก็ขอให้นำข้อมูลมาเปิดเผยอย่างชัดเจน พร้อมรับการตรวจสอบ หากนายคริส โปตระนันทน์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ( สนับสนุนบิ๊กหยม พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช อดีต ผบช.น. ) มีความมั่นใจก็แถลงข่าวได้ ระบบอากงไม่มี มันเป็นคำที่แต่งขึ้นมา เป็นเพียงแนวทางการทำงานของทีมงาน ซึ่งผมก็ต้องรับผิดชอบ ส่วนคำว่า ‘อากง’ ที่ถูกกล่าวถึงนั้น หมายถึง นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม.ก็พบปะกับสมาชิกพรรคการเมืองต่าง ๆ ตามปกติ ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร แต่พอใกล้เลือกตั้งกลับมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา”

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เข้าใจว่า คำว่าระบบอากง น่าจะหมายถึงถึง ทีมงานอาวุโสท่านหนึ่งของ อ.ชัชชาติ ที่มีหน้าที่ต้องคอยไปเจรจากับ สก. กลุ่มหนึ่ง ในเรื่องงบประมาณอยู่เสมอ เรียกว่าเจรจากันจนเหนื่อยก็ว่าได้ ใน กทม. มี สก. กลุ่มหนึ่ง ที่คอยแพ็คกันเป็นทีม เวลาที่ผู้ว่าฯ จะเอางบประมาณ หรือเอาข้อบัญญัติใดๆ มาผ่านสภา กทม. สก. กลุ่มนี้ ก็จะยกทีมมาขอต่อรองผลประโยชน์กับผู้ว่าฯ อยู่ร่ำไป

ที่ผ่านมาก็จะมีทีมงานอาวุโสท่านนี้นี่ล่ะครับ ที่คอยรับหน้าเสื่อ รับแรงกดดันแทนผู้ว่าฯ ต้องมาเสียเวลาต่อรองนั่นโน่นนี่แถมยังต้องเจอกับคำข่มขู่ประมาณว่า ถ้าผู้ว่าฯ ไม่ยอมให้พ่อค้า หรือผู้รับเหมาของ ส.ก. กลุ่มนี้ ได้งานจากงบ กทม. ส.ก. กลุ่มนี้ ก็จะไม่ยกมือให้ หรือไม่ก็จะรุมกันตัดงบโครงการต่างๆ ที่ผู้ว่าฯ เสนอเข้ามายังสภา กทม. การที่ อ.ชัชชาติ ต้องมาเจอกับอะไรที่ Toxic แบบนี้ตลอด 4 ปี นั่นก็เป็นเพราะว่า อ.ชัชชาติ ไม่มีทีม สก. เป็นของตัวเอง สก.ร้าย ผู้ว่าฯก็ปวดหัว”

ปิดท้ายด้วย “หัวหน้ามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า รัฐมีมาตรการช่วยเหลือราคาน้ำมันตั้งแต่ช่วงกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และเปิดให้ลงทะเบียน จากการลงพื้นที่พบว่ากลุ่มวินมอเตอร์ไซค์จำนวนมากยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม หลายคนที่ลงทะเบียนไปก็ยังไม่มีการตอบรับเรื่องนี้อยากทวงถามไปถึงรัฐบาลว่าเกิดอะไรขึ้นกับโครงการนี้ อาจนำเข้าหารือในที่ประชุมสภา 4 มิ.ย. ซึ่งจะอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินด้วย.

“ทีมข่าวการเมือง”