สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน หลังหน่วยรบพิเศษของสหรัฐปฏิบัติการจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา ถึงในกรุงการากัส เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน “เป็นไปด้วยดีมาก” สหรัฐมีอำนาจเรื่องภาษี จีนเองก็มีอำนาจอื่น ๆ เหนือสหรัฐเหมือนกัน


ทั้งนี้ ทรัมป์ยังคงยืนยันว่า จะเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ในเดือน เม.ย. นี้ เพื่อพบหารืออย่างเป็นทางการอีกครั้งกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง หลังพบหารือกัน ที่เกาหลีใต้ เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม จีนประณามปฏิบัติการของสหรัฐในเวเนซุเอลาอย่างหนัก และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวมาดูโรและภริยา พร้อมทั้งเตือนให้รัฐบาลวอชิงตันยุติความพยายามที่จะล้มล้างอำนาจการปกครองของเวเนซุเอลา อนึ่ง เวเนซุเอลามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับจีนมาอย่างยาวนาน โดยจีนถือเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่จากประเทศแห่งนี้


ขณะที่นายหวัง อี้ รมว.การต่างประเทศจีน กล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งไม่สามารถยอมรับการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งทำตัวเป็น “ตำรวจโลกและผู้พิพากษาของโลก” อธิปไตยและความมั่นคงของทุกประเทศควรได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ


อนึ่ง มีการวิเคราะห์ด้วยว่า ปฏิบัติการของสหรัฐในเวเนซุเอลาครั้งนี้ “เป็นการตบหน้าจีนครั้งใหญ่” จากการแสดงออกมาตลอดว่า คือ “มิตร” ของเวเนซุเอลา เนื่องจากก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง มาดูโรเพิ่งพบหารือกับคณะผู้แทนด้านกิจการลาตินอเมริกาและแคริบเบียนของจีน ที่ทำเนียบในกรุงการากัส.

เครดิตภาพ : AFP