เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ทำการพรรคไทยสร้างไทย เขตดอนเมือง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ประธานยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง และแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย, ดร.โภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ และแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย ร่วมกันแถลงแพลตฟอร์ม สร้างการเมืองใหม่เพื่อคนไทยทุกคน “ไทยสร้างไทย อาสาพาคนไทย หายเหนื่อย หายจน” ซึ่งได้มีการแสดงวิสัยทัศน์ หัวข้อ “ยุทธศาสตร์ 3 ประสาน เพื่อการ Restart ประเทศไทย” 

โดย ดร.โภคิน พลกุล กล่าวว่า การเมืองไทยวันนี้ยังวนอยู่กับการหาเสียงแบบเดิม คือการแจกแถม ซึ่งไม่สามารถพาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมีคุณภาพ ขณะที่พรรคไทยสร้างไทยตั้งโจทย์ตั้งแต่ต้นว่า จะสร้างโครงสร้างและแพลตฟอร์มที่ทำให้ประเทศเดินหน้าได้จริง และประชาชนได้ประโยชน์อย่างยั่งยืน คำว่าเพื่อประชาชนไม่ใช่แค่ของถูกหรือเงินแจก แต่คือการทำให้ประชาชนมีชีวิตมั่นคง ไม่ต้องลุ้นวันต่อวัน ไม่ต้องกลัวเจ็บป่วย ไม่มีเงินเรียน หรือขาดรายได้ในยามฉุกเฉิน นี่คือโจทย์ตั้งแต่เกิดจนแก่

ดร.โภคิน กล่าวอีกว่า ตลอด 93 ปีที่ผ่านมา ประเทศติดกับดักการเลือกตั้งสลับรัฐประหาร จนเกิดระบบอุปถัมภ์ คนตัวเล็กต้องพึ่งอำนาจและทุน บ้านใหญ่ครองพื้นที่ การเมืองใช้เงินมหาศาลจากการคอร์รัปชัน เมื่อการเมืองโกง ราชการก็โกงตาม ระบบทั้งประเทศจึงบิดเบี้ยว ขณะเดียวกัน ไทยยังเผชิญความไม่แน่นอนของโลก ปัญหาสิ่งแวดล้อม โรคระบาด โครงสร้างประชากรหลายช่วงวัย รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจ การศึกษา และระบบราชการที่ล้าหลัง

ดร.โภคิน กล่าวอีกว่า พรรคไทยสร้างไทยจึงเสนอทิศทางประเทศ 4 ด้าน คือ อาหาร สุขภาพ ท่องเที่ยว และการเป็นศูนย์กลางคมนาคม–โลจิสติกส์ ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพคนไทยและเกื้อหนุนกัน หัวใจสำคัญคือการทำให้คนตัวเล็กอยู่ได้ วันนี้เอสเอ็มอี 87 เปอร์เซ็นต์ อยู่นอกระบบธนาคาร ต้องกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด พรรคจึงเสนอกองทุนตั้งตัว ให้ประชาชนกู้ดอกต่ำ เพื่อนำไปใช้หนี้และทำมาหากิน รวมถึงกองทุนเอสเอ็มอีและท่องเที่ยว โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ พร้อมเสริมทักษะ เทคโนโลยี และการตลาดให้แข่งขันได้จริง

ดร.โภคิน กล่าวอีกว่า ด้านการศึกษา ต้องลดเวลาเรียน เปิดโอกาสเรียนได้ตลอดชีวิต เพราะปัจจุบันเด็กจำนวนมากหลุดจากระบบ ทำให้ขาดโอกาสและความมั่นคง การแก้คอร์รัปชันต้องคืนอำนาจให้ประชาชน ตรวจสอบได้จริง ไม่ใช่มีบทบาทแค่วันเลือกตั้ง ต้องลดกฎหมายและขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน และแก้รัฐธรรมนูญเฉพาะจุดที่ขวางความสุจริตและความเป็นธรรม ท้ายที่สุด พรรคไทยสร้างไทยยืนยันว่า เป็นพรรคที่เสนอการปฏิรูปประเทศอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่นโยบายแจกเพื่อเอาใจ เงินทุกบาทต้องสุจริตและใช้เพื่อสร้างประชาชนตั้งแต่เด็กจนผู้สูงวัย หากทำได้ ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก

ด้าน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร กล่าวว่า หากไม่แก้ที่รากของปัญหา เปรียบเหมือนเสาเข็มที่ไม่แข็งแรง บ้านเมืองก็ไปต่อไม่ได้ พรรคไทยสร้างไทยจึงให้ความสำคัญกับนโยบายความมั่นคงเร่งด่วน โดยมุ่งเสริมเสาเข็มประเทศให้แข็งแรงก่อน เพื่อให้ความฝันของประชาชนเกิดขึ้นได้จริง การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่กำหนดชะตากรรมประเทศ เป็นการเผชิญหน้าระหว่างการเมืองสีขาว กับ การเมืองสีเทา พรรคไทยสร้างไทยยืนยันเดินสู่การเมืองสีขาว 

พล.ท.ภราดร กล่าวอีกว่า ซึ่งวัดได้จาก 4 ปัจจัย 1.ประชาชนต้องอยู่ในสมการเสมอ 2.กฎหมายต้องเป็นธรรม เป็นบรรทัดฐาน และบังคับใช้อย่างเสมอภาค 3.ความรับผิดชอบและความโปร่งใส ผู้บริหารต้องทำจริง ตรวจสอบได้ 4.ทำทุกอย่างเพื่อชาติ ไม่ใช่เพื่อบ้านใหญ่หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ขณะที่การเมืองสีเทาใช้เงิน ใช้อิทธิพล และทุนข้ามชาติแฝงตัว บางพรรคอาจดูขาวด้านหน้า แต่ภายในเป็นเทา หรือดำ พรรคไทยสร้างไทยยืนยันว่า ขาวตั้งแต่หน้าบ้านถึงหลังบ้าน

พล.ท.ภราดร กล่าวอีกว่า ด้านนโยบายความมั่นคงเร่งด่วน พรรคประกาศ “บิ๊กไฟต์” ปิดจบ 5 สมรภูมิ โดยสมรภูมิหลักคือ บิ๊กคลีนนิ่ง กวาดล้างคอร์รัปชันแบบไม่เกรงใจใคร และอีก 4 สมรภูมิเร่งด่วน ได้แก่ 1.ปิดจบปัญหาความขัดแย้งไทย–กัมพูชา 2.ปราบขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติและสแกมเมอร์ 3.ปิดจบคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด 4.พิชิตความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคในสังคม เมื่อปิดจบทั้ง 4 สมรภูมิ เสาเข็มประเทศจะแข็งแรง นโยบายด้านอื่นจะเดินหน้าได้ต่อเนื่องไม่สะดุด

“ผมยืนยันด้วยประสบการณ์อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หากได้บริหารประเทศ สามารถขับเคลื่อนและปิดจบภารกิจเหล่านี้ได้ในเวลาอันสั้นพรรคไทยสร้างไทยยืนยัน เราไม่ขายฝัน แต่ทำฝันให้เป็นจริง ด้วยการเริ่มจากการเสริมฐานรากประเทศให้มั่นคงก่อน นี่คือนโยบายความมั่นคงเร่งด่วนของพรรคไทยสร้างไทย” พล.ท.ภราดร กล่าว

ขณะที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวว่า การเมืองที่เน้นโฆษณาชวนเชื่ออาจทำให้พรรคไปได้ แต่ประชาชนไปไม่ได้ เพราะไม่แตะโครงสร้างปัญหาที่ฝังรากลึก พรรคไทยสร้างไทยจึงเริ่มจากติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก นั่นคือการแก้ปัญหาที่ฉุดรั้งประเทศมานาน โดยเฉพาะการทุจริตคอร์รัปชันและกฎหมายล้าหลัง ตัวเลขชัดเจนว่า ประเทศไทยสูญเงินจากคอร์รัปชันปีหลายล้านบาท เงินเหล่านี้คือเงินในกระเป๋าประชาชน พรรคไทยสร้างไทยจึงเสนอการเมืองสุจริตอย่างจริงจัง ให้อำนาจประชาชนตรวจสอบและถอดถอนนักการเมือง นายกฯ รัฐมนตรี สส. สว. รวมถึงองค์กรอิสระที่ไม่สุจริต ด้วยรายชื่อประชาชน 50,000 คน พร้อมตั้ง ป.ป.ช.ภาคประชาชน เพื่อไม่ให้คดีโกงเงียบหาย จับได้แต่ปลาซิวปลาสร้อยอีกต่อไป พร้อมกันนี้ ภายใน 1 ปีแรก เราจะพักใช้หรือแขวนใบอนุญาตที่เป็นช่องทางรีดไถ เพื่อให้คนสุจริตทำมาหากินได้ทันที

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า ด้านเศรษฐกิจ พรรคเสนอ กองทุน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กองทุนประชาชน ให้กู้ 10,000–100,000 บาท ดอกเบี้ย 1 เปอร์เซ็นต์ ต่อเดือน ใช้บัตรประชาชนใบเดียว 2.กองทุนเอสเอ็มอี 3.กองทุนท่องเที่ยวและสตาร์ทอัพ เงินไม่ใช้งบประมาณรัฐ แต่ระดมผ่านพันธบัตรรัฐบาล ดอกเบี้ย 4 เปอร์เซ็นต์ ดึงเงินที่ค้างอยู่ข้างบนมาสร้างโอกาสให้คนตัวเล็ก รัฐไม่เสีย คนมีเงินได้ผลตอบแทน คนจนได้ทุนดอกต่ำ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า ด้านการศึกษา หากไม่โกง แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณกว่า 4 ล้านล้านบาท ก็เพียงพอจะดูแลคนไทยตั้งแต่ในครรภ์จนสูงวัย พรรคไทยสร้างไทยจึงลงทุนสร้างคน ตั้งแต่ดูแลแม่ตั้งครรภ์ถึงเด็ก 6 ขวบ เดือนละ 2,000 บาท ปฏิรูปการศึกษา ลดเวลาเรียน 3–4 ปี เรียนควบฝึกงาน จบอายุ 18 มีงานทำ เรียนฟรีถึงปริญญาตรีหรืออาชีวะ และใช้คูปองการศึกษา ให้เด็กเลือกโรงเรียนเอง

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน มีทุนตั้งตัวเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ มีบำนาญ 3,000 บาทต่อเดือน ควบคู่ดูแลสุขภาพ ลดค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลนับแสนล้าน และเปลี่ยนผู้สูงวัยจากภาระเป็นพลังทั้งหมดนี้คือการดูแลคนไทย ครบทุกช่วงวัย ด้วยหลักคิดเดียวคือไม่โกง

“วันนี้งบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ชีวิตคนไทยกลับแย่ลง หากยังเลือกการเมืองแบบเดิม ใช้เงินซื้ออำนาจ สุดท้ายก็ต้องโกงคืน พรรคไทยสร้างไทยอาจไม่ใช่พรรคบ้านใหญ่ แต่เรามั่นใจว่าเราคือพรรคที่คิดเป็น ทำเป็น และทำมาแล้ว ดิฉันและทีมงานมีประสบการณ์ บริหารงานสำเร็จมาแล้ว และยืนยันจะทำให้คนไทยตั้งแต่ในครรภ์จนถึงวัยสูงอายุ มีชีวิตที่มั่นคง มีศักดิ์ศรี และมีความสุขอย่างแท้จริง” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงท้ายคนรุ่นใหม่ นำโดย น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ “น้องจินนี่” ลูกสาวของคุณหญิงสุดารัตน์ ที่นำทีมเปิดป้ายแคมเปญเน้นย้ำความตั้งใจที่จะทำให้คนไทย “หายเหนื่อย” ในทุกมิติ ทั้งการทำมาหากินที่คล่องตัวขึ้น การแบ่งเบาภาระค่าเทอมลูกหลานที่หนักอึ้ง และการเติมไฟให้วัยชราได้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี เพื่อยืนยันว่านโยบายของพรรคไทยสร้างไทยสามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาความทุกข์ยากของคนทุกเจเนอเรชันได้อย่างแท้จริง

โดย น.ส.ยศสุดา กล่าวว่า ป้ายอาจจะดูแตกต่างกับป้ายหาเสียงทั่วไป เพราะว่าจริง ๆ แล้วเราเชื่อมั่นว่าทางพรรคไทยสร้างไทยมีนโยบายหลายนโยบายที่จะดูแลประชาชน ตั้งแต่เกิดจนถึงสูงวัยซึ่งเป็นนโยบายที่ดี ครั้งนี้เราจึงคิดว่าทำอย่างไรดีที่จะผลักดันนโยบายแบบนี้หรือว่าโปรโมตนโยบายดีๆ นี้ ให้คนสนใจมากขึ้นเพราะว่าของเราดีอยู่แล้ว เราก็หาวิธีสื่อสารให้มากขึ้น โดยมีทีมผู้สมัคร สส.กทม. ที่มีความครีเอทีฟ มีความคิดสร้างสรรค์เป็นคนอยู่เบื้องหลังป้ายต่าง ๆ